แดงใต้ดิน ” จาตุรณ “หวั่นบานปลาย


วันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7115 ข่าวสดรายวัน
แดงใต้ดิน “อ๋อย”หวั่นบานปลาย
พท.ยื่นซักฟอก “มาร์ค-4รมต.” เหลิมนั่งนายก 64สว.บี้ล้มศอฉ. ติงจัดฉากยัดปืน


นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย แถลงข่าวเมื่อวันที่ 22 พ.ค. เรียกร้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ อย่าปรองดองแต่ปาก พร้อมเตือนแม้เสื้อแดงจะเลิกชุมนุมแต่ปัญหาก็ยังไม่ยุติ

“เทือก”เข้า ทำงานในทำเนียบรัฐบาลวันจันทร์ นี้ พร้อมนัดถกครม.วันอังคารทันที ปชป.เผย 3 ปัจจัยเสี่ยงขวางปรองดองในชาติ อ้างทีมทนายแม้วแทรกแซงโต๊ะเจรจา ซัดเพื่อไทยแหล่งซ่อมสุมสิ่งผิดกฎหมาย หมอวรรณรัตน์ย้ำพรรคร่วมมีเอกภาพ ยอมรับเลือกตั้ง 14 พ.ย.ยังไม่แน่นอน “เฉลิม” นำทีมส.ส.เพื่อไทยยื่นซักฟอก “มาร์ค-กษิต-กรณ์-ชวรัตน์-โสภณ” ปัดอภิปราย “เทพเทือก” อ้างไม่มีราคา ยื่นถอดถอนต่อประธานวุฒิวันจันทร์นี้ เขินมีชื่อแนบท้ายญัตติเป็นนายกฯ โฆษกพท.ร้องป.ป.ช.เอาผิด “มาร์ค-เทือก” สั่งฆ่าประชาชน เล็งฟ้องอาญา-แพ่งด้วย อ้างมีคลิปทหารยิงปชช.ในวัดปทุมฯ จะเปิดต่อเมื่อขึ้นศาล “อ๋อย” ห่วงการชุมนุมยุติแต่ความขัดแย้งยังไม่หมด เตือน “มาร์ค” อย่าปรองดองแต่ปาก ชี้แดงมีโอกาสฟื้นหากถูกป้ายสี กลั่นแกล้งไม่หยุด กลุ่ม 64 ส.ว.จวกนายกฯไม่คิดใช้เวทีรัฐสภาแก้ปัญหา บี้ยกเลิกศอฉ. เสนอตั้งกรรมาธิการสอบข้อเท็จจริง

“เทือก”กลับ ทำเนียบจันทร์นี้
วันที่ 22 พ.ค. ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ว่า ในวันจันทร์ที่ 24 พ.ค.นี้ จะกลับเข้าทำงานในทำเนียบรัฐบาล และในวันอังคารที่ 25 พ.ค. จะมีการประชุมคณะรัฐ มนตรีที่ทำเนียบรัฐบาลเช่นกัน

“วรรณ รัตน์”ย้ำยังร่วมรัฐบาล
ที่ จ.นครราชสีมา น.พ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน หัวหน้าพรรครวมชาติพัฒนา กล่าวถึงข่าวลือพรรคร่วมรัฐบาลจะลาออกจากการร่วมรัฐบาล เนื่องจากเหตุ การณ์สลายการชุมนุมว่า เชื่อว่าเอกภาพของรัฐบาลยังดีอยู่ ดังนั้น พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคควรรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติให้เร็วที่ สุด พร้อมทั้งสมานรอยแผลที่เกิดขึ้นแก่ประชาชนทั่วประเทศ

เมื่อถามว่าวันที่ 14 พ.ย. ยังมีการเลือกตั้งใหม่ตามที่นายกฯ เคยประกาศไว้หรือไม่ น.พ.วรรณรัตน์ กล่าวว่า ไม่มีอะไรแน่นอน เพราะยังไม่ได้มีการประชุมกัน แต่สิ่งที่สำคัญก่อนมีการเลือกตั้ง บ้านเมืองต้องกลับสู่ภาวะปกติให้เร็วที่สุด มุ่งแก้ไขปัญหาโดยสัมมาทิฐิ มองโลกในแง่ดี มีความอดทน รู้จักให้อภัยต่อกัน จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างสันติวิธี หากบ้านเมืองยังไม่เข้าสู่ภาวะปกติและมีการเลือกตั้งขึ้นใหม่ เชื่อว่าจะต้องเกิดความรุนแรงเกิดขึ้นอีกแน่นอน

“มา ร์ค”ไม่เลือกปฏิบัติ
เวลา 11.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า กรณีที่มีภาพของแกนนำนปช. ปรากฏในสื่อต่างๆ และสร้างความไม่สบายใจให้กับประชาชน ซึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ทราบเรื่องนี้แล้วและสั่งการผู้เกี่ยวข้องให้ชี้แจงข้อเท็จจริง ซึ่งภาพที่ปรากฏน่าจะอธิ บายองค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศว่า รัฐบาลไม่ได้ปฏิบัติต่อคนเหล่านี้โดยใช้มาตรการที่รุนแรง นายกฯ ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ ปฏิบัติตามระเบียบและกฎหมายโดยเคร่งครัด ไม่เลือกปฏิบัติ

นายเทพไท กล่าวว่า กรณีพรรคเพื่อไทยออกมาปกป้องแกนนำนปช. โดยเฉพาะการพูดถึงคลิปเสียงที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการนปช. ปลุกระดมคนเสื้อแดงให้เผาบ้านเมืองนั้น ถ้าใครติดตามแกนนำนปช. ปราศรัย จะเห็นว่ามีพฤติกรรมปลุกระดมให้คนเผาบ้านเผาเมืองหลายครั้ง และไม่ใช่นายณัฐวุฒิ คนเดียวแต่รวมถึงนายวีระ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง นายขวัญชัย ไพรพนา และนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ด้วย จึงทำให้มวลชนซึม ซับและระบายออก ฉะนั้นพรรคเพื่อไทยไม่ควรเอาสถานะความเป็นพรรค มาปกป้อง ผู้ต้องหาคดีก่อการร้าย ก่อการจลาจล และเป็นกบฏต่อแผ่นดิน

อัด พท.แหล่งซ่องสุม
นายเทพไท กล่าวว่า ข้อเรียกร้องของพรรคเพื่อไทย ต่อนายกฯ และรองนายกฯ ให้แสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ความรับผิดชอบในฐานะรัฐบาลมีอยู่เต็มที่ แต่ต้องถามว่าจะให้รับผิดชอบในกรณีใดบ้าง เรื่องความรุนแรงที่เกิดขึ้นรัฐบาลพยายามหาความจริง โดยตั้งคณะกรรมการกลางที่ทุกฝ่ายยอมรับ สอบสวนข้อเท็จจริงถ้าพบว่าใครกระทำผิด ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ไม่มีละเว้น แม้แต่นายกฯ หรือบุคคลในรัฐบาล

เมื่อถามถึงพรรคเพื่อไทยระบุศอฉ.พยา ยามเข้าไปตรวจค้นพรรคเพื่อไทย นายเทพไท กล่าวว่า ตลอดการชุมนุม สถานที่พรรคเพื่อไทยได้ปฏิบัติผิดกฎหมายมาตลอด ตั้งเป็นที่ซ่องสุมผู้ชุมนุม แกนนำนปช.ที่ถูกหมายจับ รวมทั้งมีการยักย้ายถ่ายเทอุปกรณ์กระเป๋าจำนวนมาก นั่นเป็นการสะสมอาวุธหรือไม่ รัฐบาลพยายามตรวจสอบข้อเท็จจริง ให้ความเป็นธรรมและให้เกียรติกับพรรคเพื่อไทย

วอนแดงสยาม เลิกนัดชุมนุม
นายเทพไท กล่าวถึงนายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ แกนนำกลุ่มแดงสยาม ประ กาศหลังรัฐบาลยกเลิกพ.ร.ก.ความมั่นคง และพ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว จะนัดชุมนุมคนเสื้อแดงในนามกลุ่มแดงสยามว่า อยากเรียกร้องนายสุรชัย ในฐานะคนบ้านเดียวกันว่าควรให้โอกาสบ้านเมือง วันนี้รัฐบาลเปิดโอกาสให้ทุกกลุ่ม ทุกภาคส่วนเข้าสู่ขบวนการปรองดอง หากแกนนำแดงสยามเห็นว่า อะไรที่ร่วมกันผลักดันให้ประเทศชาติเดินไปข้างหน้าได้ รัฐบาลก็ไม่ปิดกั้น กลุ่มแดงสยามไม่ควรชุมนุมสร้างความวุ่นวายขึ้นมาอีก น่าจะสำนึกในความเป็นคนไทย น่าจะเอาความเจ็บปวดตรงนี้มาเป็นบทเรียน และคิดว่าบ้านเมืองสำคัญกว่าชีวิตของคนคนเดียว

นายเทพไท กล่าวว่า รัฐบาลขอบคุณหลายองค์กรที่ห่วงใยต่อสถานการณ์ในประเทศ รวมถึงข้อแนะนำของสื่อสหรัฐว่ารัฐบาลไทยต้องใช้ความเด็ดขาดกับพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร เพื่อให้สันติภาพเกิดขึ้น รัฐบาลตระหนักว่าผู้อยู่เบื้องหลังความวุ่นวายที่เกิดขึ้น อยู่ที่พ.ต.ท.ทักษิณ เพียงคนเดียว การที่รัฐบาลจะใช้ความเด็ดขาดกับพ.ต.ท. ทักษิณ ต้องคำนึงถึงกฎหมายด้วย

เผยปัจจัยเสี่ยงล้ม ปรองดอง
ด้านน.พ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคเห็นว่ายังมี 3 ความเสี่ยง ที่เป็นอุปสรรคต่อการปรองดองในประเทศ 1.การเตรียมเคลื่อนไหวของกลุ่มแดงสยามของนายสุรชัย และนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข พรรคอยากเรียกร้องว่ากลุ่มใดที่จะเคลื่อนไหวควรทำบนพื้นฐานของความสันติ ไม่ใช้วิธีก่อความวุ่นวาย โจมตี ใส่ร้ายทั้งทางการเมืองและต่อสถาบันที่อยู่เหนือความขัดแย้งทางการเมือง ข้อเรียกร้อง 5 ข้อ ของกลุ่มแดงสยาม หากประสงค์ให้สังคมก้าวพ้นความขัดแย้งจริง ทำไมไม่มีข้อเรียกร้องข้อใดที่เกี่ยวข้องให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับเข้ามาสู่กระบวนการยุติธรรมแม้แต่ข้อเดียว

2.ความเสี่ยงต่อการเคลื่อนไหวของกองกำลังก่อการร้ายติดอาวุธที่จะลงไปใน ลักษณะขบวนการใต้ดิน ซึ่งรัฐบาลต้องปรับยุทธ ศาสตร์ ขยายผลการจับกุมผู้ติดอาวุธได้ที่สวนลุมพินี เชื่อมโยงกับงานข่าวระหว่างประเทศ ที่มีรายงานข่าวว่า มีการลำเลียงอาวุธจากประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงเชื่อมโยงเส้นทางการโอนถ่ายเงิน เพื่อสนับสนุนการก่อ การร้ายภายในและภายนอกประเทศด้วย เพื่อนำมาสู่กระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย

น.พ.บุรณัชย์ กล่าวว่า 3.ความเสี่ยงต่อการเคลื่อนไหวของพ.ต.ท.ทักษิณ ที่ใช้ต่างประเทศเคลื่อนไหวอย่างชัดแจ้ง แม้เหตุ การณ์ที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่าการเคลื่อน ไหวไม่ได้รับการตอบรับจากมวลชนภายในประเทศ เห็นชัดว่ามีความพยายามใช้มวลชนล้มรัฐบาล เพื่อหวังประโยชน์ของตัวเองใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือ และการเคลื่อนไหวในต่างประเทศนั้น เริ่มแนวโน้มสื่อต่างประเทศเริ่มเข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและให้ข่าวใน ลักษณะที่เป็นประโยชน์ เช่น ตามที่หนังสือวอลล์ สตรีต เจอร์นัล วิเคราะห์บทบาทของพ.ต.ท.ทักษิณ ว่าการเจรจาต้องสะดุดลงเพราะพ.ต.ท.ทักษิณ เข้ามาแทรก แซง ทำให้ไม่ได้ข้อยุติและไม่สามารถหาทางออกบนพื้นฐานของการเผชิญหน้า

แฉ ทีมทนายแม้วแทรกสมานฉันท์
น.พ.บุรณัชย์ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีบทรายงานข่าวจากสื่อต่างชาติ โดยสำนักข่าวรอยเตอร์ เขียนโดยนายเจมส์ ฮุกเวย์ ระบุว่า ระหว่างที่มีการชุมนุมยึดพื้นที่แยกราชประสงค์ได้มีทีมทนายความของพ.ต.ท. ทักษิณ เข้าพบปะหารือกับแกนนำนปช. อย่างใกล้ชิด โดยพบปะกันที่โรงแรมหรูใกล้พื้นที่การชุมนุม เพื่อขอให้ยับยั้งการเจรจา ปรองดองกับรัฐบาลไทย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการแทรกแซงของทีมทนายความของพ.ต.ท. ทักษิณ ที่บงการตามคำสั่งในการเจรจาสมานฉันท์ระหว่างแกนนำนปช.กับรัฐบาล ขณะเดียวกันระบุว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ติดต่อกับกลุ่มอดีตนายทหารฝ่ายความมั่นคง ฝึกจรยุทธ์โดยใช้ชื่อว่ากองทัพของประชาชน โดยรายงานข่าวระบุว่าได้ข้อมูลมาจากนักการเมืองฝ่ายค้าน

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ทั้ง 3 เรื่อง เป็นความเสี่ยงที่รัฐบาลต้องแสวงหาความร่วมมือจากทุกภาคส่วนร่วมกันป้องกัน ต่อไป ส่วนกรณีวัดปทุมวนาราม เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจพบว่าในพื้นที่ของวัดมีการซ่อง สุมอาวุธจำนวนมาก เรื่องนี้ต้องขยายผลหาข้อเท็จจริงว่าคนกลุ่มใดยิงเข้าไปในเต็นท์พยาบาล ทำให้ผู้คนบาดเจ็บล้มตาย รวมทั้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยด้วย

“สาธิต”ยอม ขอโทษ 64 ส.ว.
นายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงนายกฤช อาทิตย์แก้ว ส.ว.กำแพงเพชร กลุ่ม 64 ส.ว. แถลงตอบโต้หลังถูกกล่าวหาเป็นกลุ่มทักษิณคอนเน็กชั่นว่า ตนต้องขอโทษกลุ่ม 64 ส.ว.ที่เข้าใจผิดคิดว่ากลุ่ม 64 ส.ว.เป็นเครือข่ายของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งบ้านเมืองขณะนี้ต้องการความปรองดอง ซึ่งสาเหตุที่ตนเข้าใจผิดเนื่องจากได้ติดตามการทำงานและการอภิปรายในสภาของ ส.ว.กลุ่มนี้ รวมทั้งยังทราบเบื้องลึกถึงการเติบโตในทางข้าราชการตั้งแต่การขึ้นเป็นผู้ ว่าฯกำแพง เพชร จนถึงการได้รับการเลือกตั้งส.ว. ซึ่งอยู่ในเครือข่ายของพ.ต.ท.ทักษิณ มาตลอด พฤติกรรมการทำหน้าที่ส่วนใหญ่จะเข้าทางหรือสนับสนุนทิศทางทางการเมืองของ พ.ต.ท.ทักษิณ

“ขณะนี้ส.ว.กลุ่มนี้ หรือส.ว.กฤช มีดวงตาเห็นธรรมแล้ว และแยกออกว่าสิ่งไหนเลว สิ่งไหนดี โดยปฏิเสธไม่ได้เกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชี้ให้เห็นว่าวันนี้กลุ่มส.ว. ทราบดี และรู้แล้วว่าพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับความดี ฉะนั้นต้องขอโทษ 64 ส.ว. ขอให้ท่านให้อภัยและแยกกันทำหน้าที่ แต่ขอให้การปฏิบัติหน้าที่ทั้งหมดนึกถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก อย่านึกถึงประโยชน์ของคนใดคนหนึ่ง” นายสาธิต กล่าว

“วิ ชาญ”ห่วงรัฐจัดฉาก
นายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ ส.ว.สรรหา 1 ในคณะ 64 ส.ว.ไม่นิยมความรุนแรงกล่าวว่า การที่นายกฯประกาศเดินหน้าแผนปรองดอง แต่ดูจากท่าทีที่ฝ่ายรัฐบาลแสดงออกแล้ว ตนยังมืดแปดด้านว่าจะปรองดองกันได้อย่างไร ในเมื่อรัฐยังใช้สื่อให้ร้ายป้ายสีอีกฝ่าย เพื่อหาความชอบธรรมให้ตัวเองในการสั่งปราบประชาชน และการตรวจเจออาวุธ ตนเป็นห่วงว่าจะมีการจัดฉาก เพราะตอนเข้าไปเคลียร์พื้นที่ก็กันไม่ให้สื่อเข้าไป อ้างเรื่องความปลอดภัย เราไม่ปฏิเสธว่าในกลุ่มผู้ชุมนุมมีกองกำลังติดอาวุธอยู่จริง แต่หากรัฐบาลจริงใจใช้เวทีรัฐสภาแก้ปัญหาตามที่โฆษณา ก็คงไม่เกิดเหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย.หรือ 19 พ.ค. วันนี้ระบอบประชาธิป ไตยของเราไม่สามารถใช้ระบบรัฐสภาแก้ปัญหาได้แล้ว เพราะฝ่ายบริหารไม่รับฟังอะไร ทั้งที่วุฒิสภาพยายามดึงปัญหาประเทศมาแก้กันในนี้

นายวิชาญกล่าวว่า รัฐบาลไม่ใส่ใจจะใช้ระบบรัฐสภาแก้ปัญหา มุ่งแต่ใช้กำลังเข้าสลาย ดังนั้น รัฐบาลจึงไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้ รัฐบาลนี้พยายามตอกย้ำให้ความแตกแยกของคนในชาติขยายกว้างขึ้น แล้วอย่างนี้สมานฉันท์จะเกิดได้อย่างไร อย่าลืมว่าผู้ชุมนุมที่กลับบ้านไป พกพาความเคียดแค้นชิงชังกลับไปด้วย เมื่อรัฐบาลชิงหาความชอบธรรมโดยป้ายสีเขาว่าเป็นพวกผู้ก่อการร้ายแล้ว จะสร้างความปรองดองได้อย่างไร

ชงตั้งกมธ.สอบข้อเท็จจริง
นายวิชาญกล่าวว่า นายกฯต้องสั่งให้ศอฉ.กลับบ้านไปได้แล้ว วันนี้ไม่จำเป็นต้องมีศอฉ. ออกมาแถลงสร้างความแตกแยกอีก ถ้ารัฐบาลยังไม่หยุดภาวะบ้านเมืองแบบจังหวัดชายแดนภาคใต้คงเกิดขึ้นทั่ว ประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสานและเหนือ สิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือการป้ายสีส.ว.ว่าเป็นพวกระบบทักษิณ ตนไม่คิดว่าการเมืองจะสกปรกขนาดนี้ พูดโดยไม่มีฐานความจริง หากรัฐบาลยังเดินหน้าผลักคนพวกนี้ลงใต้ดิน บีบบังคับให้เขาเป็นผู้ก่อการร้าย สักวันจะเสียใจ

นายวิชาญ กล่าวว่า การตั้งคณะกรรม การติดตามสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง เราอยากให้เป็นการศึกษาเพื่อเดินไปข้างหน้าเสนอทางออกให้บ้านเมือง ทั้งนี้ เราจะเสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญขึ้นมาคณะหนึ่ง สอบสวนเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. จนถึงวันที่ 19 พ.ค. เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

“อ๋อย”เตือน”มาร์ค “หยุดกวาดล้าง
เวลา 11.30 น. ที่โรงแรมเรดิสัน นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย แถลงว่า หลังกลุ่มนปช. ยุติการชุมนุมแล้ว ดูเหมือนวิกฤตจะยุติ แต่การที่รัฐบาลใช้ความรุนแรงอย่างไร้ทิศทาง จนมีผู้เสียชีวิต 80 กว่าราย และบาดเจ็บร่วม 2,000 คน ตนเห็นว่าวิกฤตจะยิ่งซ้ำเติมขึ้น จะมีการตอบโต้ล้างแค้นเข้าสู่ความขัดแย้งที่มากขึ้น เป็นผลจากรัฐบาลล้มเหลวในการเจรจาสู่ความปรองดอง การกล่าวอ้างของนายกฯ ที่ระบุถึงการปรองดองเป็นเพียงคำพูดสวยหรู ซึ่งการปฏิบัติตรงข้ามกับคำพูด โดยใช้มาตรการปราบปรามกับผู้ชุมนุม และเมื่อรัฐบาลตัดสินใจใช้กำลังทหารสลายการชุมนุมซึ่งทั่วโลกรับไม่ได้ แต่เหตุการณ์หลังการยุติที่มีการเผาสถานที่ต่างๆ ในลักษณะของความโกรธแค้นไร้ทิศทางนั้นก็อาจมีฝ่ายที่ 3-4 เข้ามาแทรกแซงก็เป็นได้

นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ส่วนแผนการ ปรองดองของนายกฯนั้น นายกฯต้องทำความเข้าใจกับเรื่องนี้ใหม่ อย่าเอาความเห็นที่แตกต่างทางการเมืองของผู้ที่อยู่ตรงข้ามมาเป็นศัตรู รวมทั้งรัฐบาลควรใช้กฎหมายตามที่จำเป็น ไม่เกินเลย เพื่อเป็นเครื่องมือทำลายล้างฝ่ายตรงข้าม ทั้งนี้กระบวนการยุติธรรม นับจากนี้ต้องน่าเชื่อถือและทุกฝ่ายยอมรับ แต่มีปัญหาคือเมื่อรัฐบาลควบคุมกลไกทางกฎหมายอยู่ ฉะนั้นการดำเนินการตามกฎหมายจึงไม่เกิดความน่าเชื่อถือได้ ทั้งเรื่องการตั้งข้อหาและการพิสูจน์ต่างๆ หรือแม้จะยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน

หวั่น ขบวนการใต้ดินลุกลาม
“ผมคาดว่าการต่อสู้ของคนที่ไม่ได้รับความยุติธรรมอาจใช้วิธีต่างๆ ต่อต้านรัฐบาล มีโอกาสเกิดขึ้นสูง ผมไม่สนับสนุนขบวน การใต้ดินแต่เป็นห่วงว่าอาจเกิดขึ้นได้ ถ้าบ้านเมืองยังไม่เป็นประชาธิปไตยและไม่สามารถหาผู้ที่ฆ่าประชาชนมาดำเนิน การตามกระบวนการยุติธรรม หรือหาผู้รับผิดชอบต่อผู้เสียชีวิต 80 กว่าศพ จึงอยากให้รัฐบาลพิจารณาให้รอบคอบในการตั้งข้อหา ดำเนินคดี ไม่ใช่เหมารวมว่าเป็นผู้ก่อการร้ายหมด หากไม่มีความเป็นธรรมหรือดำเนินการ 2 มาตรฐาน ประเทศอาจจะถลำลึกกว่านี้” นายจาตุรนต์ กล่าว

เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยควรมีบทบาทหรือร่วมรับผิดชอบอย่างไร นายจาตุรนต์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยต้องช่วยดูแลผู้ที่ได้รับความเสียหายและผู้ที่ได้รับผลกระทบ ทั้งเรื่องอาคาร ทรัพย์สินและอาชีพ ส่วนคดีความต้องนำผู้เกี่ยวข้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หากพบว่ามีส.ส.พรรคเพื่อไทยทำผิดก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และพรรคต้องมีความรับผิดชอบทางการเมือง ทั้งนี้อยากเสนอแนะให้พรรคเพื่อไทยสรุปบทเรียนการชุมนุมและเสนอต่อสังคม โดยยึดการต่อสู้ตามกระบวนการรัฐสภา รวมทั้งต้องไม่สนับสนุนการใช้ความรุนแรง หากชุมนุมต้องอยู่ใต้กรอบกฎหมายรัฐธรรมนูญ

ชี้”แดง”มี โอกาสฟื้นอีก
เมื่อถามว่าขบวนการเสื้อแดงจะมีทิศทางอย่างไรต่อจากนี้ นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าการชุมนุมครั้งนี้ เสื้อแดงเสียหายอย่างมาก เพราะพลาดโอกาสที่จะประสบความสำเร็จต่อการเจรจาเพื่อยุติการชุมนุม อย่างไรก็ตาม การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของคนเสื้อแดงสามารถดำเนินการได้ แต่ต้องดูบทเรียนและพลังที่มีอยู่ ที่สำคัญต้องยึดแนว ทางสันติ อหิงสา ค่อยๆฟื้นและก้าวขึ้นมา

เมื่อถามว่าเแกนนำเสื้อแดงบางส่วนประกาศจะชุมนุมสิ้นเดือนนี้ที่จ.ราชบุรี นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ไม่ทราบว่าจะชุมนุมด้วยเนื้อหาอะไร คิดว่า ในระยะยาว การชุมนุมอาจเกิดขึ้นได้โดยเฉพาะถ้ารัฐบาลกลั่นแกล้ง พยายามกวาดล้างฝ่ายที่เห็นต่างทางการเมือง ถ้าเป็นเช่นนี้ การชุมนุมอาจเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คิด และอยากเรียกร้องให้สังคมไทยพูดเรื่องผู้เสียชีวิต ผู้สูญหายและคนบาดเจ็บด้วย ถ้าไม่พูดเรื่องนี้เลย ถือเป็นเรื่องอันตรายมาก

เมื่อถามว่าเหตุการณ์พฤษภาทมิฬมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ทำให้รัฐบาลถูกขับไล่จนอยู่ไม่ได้ ตรงกันข้ามกับเหตุครั้งนี้เป็นเพราะอะไร นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ที่รัฐบาลยังอยู่ได้เพราะได้รับการสนับสนุนจากผู้มีอำนาจหลายฝ่าย ทั้งที่รัฐบาลนี้ทำผิด สังคมไทยไม่ควรยอมรับเพราะประจักษ์ชัดว่า รัฐบาลนี้ทำผิด จากการส่งกำลังทหารปราบปรามผู้ชุมนุม

“เห ลิม”ชี้สลายแดงคล้าย 6 ตุลาฯ
เวลา 13.30 น. ที่พรรคเพื่อไทย ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย แถลงว่า เท่าที่ติดตามการชุมนุม เหตุการณ์วันที่ 6 ต.ค.2519 คล้ายกับเหตุการณ์ชุมนุมของนปช. วันที่ 12 เม.ย. – 21 พ.ค. อยู่ 4 ประเด็นคือ 1.เหตุการณ์ 6 ต.ค.2519 กล่าวหาว่าล้มสถาบันพระมหากษัตริย์ เปลี่ยน แปลงการปกครองสู่ระบอบคอมมิวนิสต์ มีการสร้างภาพตัดต่อหมิ่นสถาบัน และกล่าวหาว่ามีเวียดนามร่วมกับนักศึกษาล้มล้างอำนาจรัฐในมหาวิทยาลัยธรรม ศาสตร์ ซึ่งเหตุการณ์ 12 เม.ย.-21 พ.ค.2553 มีการกล่าวหาว่าล้มล้างสถาบัน เปลี่ยนแปลงการปกครองและสถาปนารัฐไทยใหม่ โดยเรียกขานกลุ่มผู้ชุมนุมว่าผู้ก่อการร้าย

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า 2.เหตุการณ์ 6 ต.ค.2519 มีการปลุกระดมโดยผ่านสถานีวิทยุยานเกราะและเครือข่ายวิทยุของทหารอีกหลาย เครือข่าย ขณะที่ 12 เม.ย.-21 พ.ค.2553 มีการปลุกระดมโดยสื่อของรัฐโดยเฉพาะสถานีโทรทัศน์เกือบทุกสถานี มีการจัดตั้งบุคลากรที่เป็นปฏิปักษ์กับพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร และนปช. ร่วมรายการและใส่ร้ายอย่างต่อเนื่อง 3.เมื่อเหตุการณ์ 6 ต.ค.2519 สงบ มีการตรวจค้นในมหาวิทยา ลัยธรรมศาสตร์ พบอาวุธจำนวนมาก ทางราชการกล่าวหาว่าเป็นของนักศึกษา ภายหลังจึงทราบว่าเป็นการใส่ร้ายจากฝ่ายเจ้าหน้าที่ ส่วน 12 เม.ย.- 21 พ.ค.2553 หลังเหตุการณ์มีการตรวจค้นพบอาวุธชนิดต่างๆ จำนวนมากและกล่าวหาว่าเป็นของผู้ชุมนุม และ4.เหตุการณ์ 6 ต.ค.2519 เรียกนักศึกษาและผู้ชุมนุมว่าเป็นคอมมิวนิสต์ ส่วนเหตุ การณ์ 12 เม.ย.-21พ.ค.2553 เรียกผู้ชุมนุมว่าเป็นผู้ก่อการร้าย

ชง ยื่นซักฟอก”อภิสิทธิ์-4รมต.”
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ในฐานะนักกฎ หมาย สนับสนุนให้รัฐดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำความผิด แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานความถูกต้องชอบธรรม หลักนิติรัฐ หลักนิติธรรม ถ้ายังไม่มีพยานหลักฐาน ไม่ควรโยนความผิดให้กับผู้ชุมนุม ทั้งนี้ ตนจะเสนอในที่ประชุมพรรควันนี้(22 พ.ค.) เพื่อขอยื่นอภิปรายญัตติไม่ไว้วางใจรัฐบาล และรัฐ มนตรีอีก 4 คน 1.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ 2.พระเอกงิ้ว นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย 3.นายกรณ์ จาติกวณิช รมว. คลัง 4.รัฐมนตรีนักเลง นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ และ5.นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนไม่หวังชนะแต่ต้องการบอกให้สังคมรับรู้ หวังว่านายอภิสิทธิ์ ซึ่งตนขอยกให้เป็นท่านจอมพลคนสุดท้อง จะคำนึงถึงตอนที่เป็นฝ่ายค้าน ซึ่งรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช จะเปิดวิสามัญพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีแต่พรรคประชาธิปัตย์ยื่นญัตติขอ เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งรัฐบาลก็ยอมบรรจุก่อนแล้วค่อยอภิปรายพ.ร.บ.งบประมาณ หวังว่านาย อภิสิทธิ์ คงมีน้ำใจเป็นนักประชาธิปไตยให้สมกับที่จบมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ปัญหาที่เกิดขึ้นและลุกลามเป็นเรื่องของนายอภิสิทธิ์ ที่อยากอยู่ในตำแหน่ง ตนไม่เรียกร้องให้รับผิดชอบเพราะคนอย่างนายอภิสิทธิ์ ไม่มีความรับผิดชอบ

พท.ยื่น ปปช.สอบ”มาร์ค-เทือก”
ด้านนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า จากเหตุการณ์ทหารเข้าสลายการชุมนุมกลุ่มนปช. ทั้งที่แยกคอกวัว หน้าอนุสรณ์สถานแห่งชาติ ดอนเมือง รวมถึงสี่แยกราชประสงค์ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก แน่ชัดว่าเป็นการกระทำภายใต้การสั่งการของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่งคง ในฐานะผอ.ศอฉ. ถือเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุและไม่เป็นไปตามหลักสากล รวมถึงละเมิดต่อสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมาย

นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ จะต้องร่วมกันรับผิดชอบในฐานะผู้สั่งการ ซึ่งในวันจันทร์ที่ 24 พ.ค. เวลา 10.00 น. ตนและฝ่ายกฎหมายจะยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่ง ชาติ(ป.ป.ช.) ให้เอาผิดกับนายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ และคณะกรรมการศอฉ. ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนในข้อหาการปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

แฉมีคลิ ปทหารยิงผู้ชุมนุม
นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ญาติของผู้ที่เสียชีวิตและบาดเจ็บได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายของพรรครวบรวมพยาน หลักฐาน และตั้งคณะทำงานเพื่อฟ้องร้องนายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ ศอฉ. และผู้บังคับบัญชาของกองทัพที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ในคดีอาญาจะฟ้องต่อศาลอาญาในข้อหาความผิดฐานเป็นผู้ใช้หรือผู้สั่งการให้ฆ่า ประชาชน ส่วนคดีแพ่งจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายให้กับประชาชนต่อไป

โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีมีผู้เสียชีวิตที่วัดปทุมวนาราม ซึ่งข้อเท็จจริงมีผู้เสียชีวิตถึง 9 ศพ อีก 3 ศพไม่รู้ไปไหน คาดว่ามีอีกหลายสิบราย แต่ที่เห็นตาย 6 ศพแล้วอยู่ที่วัด เป็นเพราะผู้ชุมนุมแย่งศพมาได้ ฉะนั้นนายอภิสิทธิ์ และศอฉ. รวมทั้งกอง ทัพ ต้องไปแก้ตัวที่ศาลอาญา และศาลโลก ข้อหาฆ่าคนตาย เรื่องนี้ตนยังมีคลิปที่ได้จากผู้ชุมนุม เป็นภาพทหารที่อยู่บนรางรถไฟฟ้ายิงใส่ประชาชนในวัด แต่ตนจะเปิดคลิปนี้ก็ต่อเมื่อขึ้นศาลเท่านั้น

ฉะ”เติ้ง”จ้อง โหนกระแส
นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า กรณีนายบรร หาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาให้สัมภาษณ์ว่าการกระทำของรัฐบาลและ ศอฉ.ที่สั่งสลายการชุมนุม เป็นการกระทำที่ถูกต้องแล้ว และเป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้องตามกฎหมาย ขอถามนายบรรหาร ว่าเอาสมองส่วนไหนคิด ใช้หลักการอะไรพิจารณาสรุปข้อเท็จจริงแบบเอาดีใส่ตัว ให้ท้ายรัฐบาล โหนกระแสตีกิน เอาใจรัฐบาลและกองทัพ เพื่อให้ตัวเองอยู่ในอำนาจเท่านั้น ซึ่งสมกับฉายา ปลาไหลยุค 2010

นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ส่วนที่นายบรรหาร ระบุรัฐบาลไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ทันวันที่ 14 พ.ย.2553 ต้องเลื่อนเวลาการเลือกตั้งออกไปก่อนนั้น แสดงให้เห็นถึงธาตุแท้ ซึ่งนายบรรหารควรแนะนายอภิสิทธิ์ ยุบสภามากกว่า เพื่อความปรองดอง ดับไฟแห่งความขัดแย้ง

มติพท.ยื่นถอดถอน-ซักฟอก
เวลา 14.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุมพรรควาระพิเศษ โดยมีประเด็นหารือ เรื่องการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ รวมทั้งวิเคราะห์ สถานการณ์ทางการเมือง โดยมีส.ส.และสมาชิกพรรคเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส. นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส. พระนครศรีอยุธยา ประธานวิปฝ่ายค้าน นายพายัพ ชินวัตร แกนนำพรรค

ต่อมาเวลา 15.00 น. ร.ต.อ.เฉลิม พร้อม ส.ส.พรรค แถลงว่า พรรคมีมติเอก ฉันท์ ให้ส.ส.ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯและรัฐมนตรีอีก 4 คน ได้แก่ นายกรณ์ นายกษิต นายชวรัตน์ และนายโสภณ โดยช่วงเช้าของวันที่ 24 พ.ค.นี้ ประธานวิปฝ่ายค้านจะยื่นถอดถอนทั้ง 5 คนกับประธานวุฒิสภา และช่วงบ่ายจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท้า”มา ร์ค”ต้องกล้ารับญัตติ
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เหตุผลที่ต้องยื่นอภิปรายทั้งที่ก่อนหน้านี้จะไม่ยื่นอภิปราย เพราะรัฐบาลชุดนี้เลวร้ายเกินกว่าที่เราจะตรวจสอบ เป็นรัฐบาลประชาธิปไตยชุดแรกและมีวิญญาณยิ่งกว่าเผด็จการ เพราะรัฐบาลพล.อ.สุจินดา คราประยูร ใช้น้ำฉีดม็อบยังถูกกล่าวหาว่าเป็นนายกฯเผด็จการ วันนี้รัฐบาลไม่สามารถบริหารงานได้แล้วเพราะทำให้ประชาชนเสียชีวิตร่วมร้อย บาดเจ็บกว่า 2 พันคน ซึ่งไม่เคยมีรัฐบาลประชาธิป ไตยชุดไหนในโลกนี้ทำกัน

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า ขอเตือนว่านายอภิสิทธิ์ อย่าแกล้งโง่มากนัก เพราะการยื่นอภิปรายดังกล่าว พรรคฝ่ายค้านมีสิทธิ์ยื่นเมื่อไหร่ก็ได้ อย่ามาอ้างว่าเป็นช่วงปิดสมัยประชุมสภา เพราะในสมัยที่นายสมัคร เป็นนายกฯ พรรคประชาธิปัตย์ก็ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจในช่วงพิจารณางบประมาณเหมือนกัน ดังนั้นถ้านายอภิสิทธิ์ แน่จริงต้องรับญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ แล้วร้องต่อประธานสภา ให้เปิดประชุมสภาไปเรื่อยๆ เพราะเปิดประชุมวันที่ 24 พ.ค.นี้ ดังนั้น อย่าเพิ่งนำความกราบบังคมทูลฯปิดสมัยประชุม ขอให้อภิปรายไม่ไว้วางใจก่อนแล้วค่อยอภิปรายพ.ร.บ.งบประมาณปี 2554

เขิน มีชื่อแนบท้ายเป็นนายกฯ
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกพ.ร.กฉุกเฉิน และให้ศอฉ.ยกเลิกการเสนอหน้าออกโทรทัศน์ เพราะขณะนี้ทราบว่าประชาชนเกลียดกันทั้งบ้านทั้งเมือง พูดโกหกทุกวัน การที่รัฐบาลมาบอกว่าประชาชนศรัทธา แน่จริงขอให้ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ถ้าพรรคการเมืองใหม่ได้รับเลือกก็ให้นายสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นนายกฯ แต่ถ้าพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล ใครจะเป็นนายกฯไม่ต้องเข้ามายุ่งหรือมาอวดรู้ เกี่ยวกับพรรคเรา

ผู้สื่อข่าวถามว่าในการยื่นญัตติพรรคเสนอชื่อใครเป็นนายกฯ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวอย่างเขินๆว่า “มีคนเสนอชื่อผม แต่ถึงเวลาเป็นจริงๆ ผมคงไม่ได้เป็น” เมื่อถามว่าทำไมถึงไม่มีชื่อนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า นายสุเทพ เราไม่ให้เกียรติเพราะเลยจุดนี้มาแล้ว

รายงานจากที่ประชุมแจ้งว่า การเสนอชื่อร.ต.อ.เฉลิม เป็นนายกฯนั้น พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภา เป็นผู้เสนอ โดย พ.อ.อภิวันท์ ระบุว่า ร.ต.อ.เฉลิม เป็นบุคคลที่เหมาะสม โดยสมาชิกส่วนใหญ่ก็ปรบมือสนับสนุน แต่ยังไม่มีการลงมติอย่างเป็นทางการ โดยส.ส.ส่วนหนึ่งนำโดย นายวร วัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส.แพร่ แสดงความเห็นว่าควรขอมติในที่ประชุมพรรคอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

พท.ออก แถลงการณ์จี้เลิกพ.ร.ก.
นายปลอดประสพ สุรัสวสดี รองหัว หน้าพรรค กล่าวว่า ที่ประชุมพรรคมีมติและออกแถลงการณ์ถึงรัฐบาล 7 ข้อ กรณีการสลายการชุมนุม 10-19 พ.ค.ว่า 1.พรรคแสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิต ตัวอาคารรวมถึงทรัพย์สินที่เสียหาย 2.พรรคเห็นว่ามีข้อมูลขัดแย้งกันกรณีมีผู้เสียชีวิตในวัดปทุมวนา ราม ซึ่งเรื่องนี้ควรตั้งคณะกรรมการอิสระที่มาจากทุกฝ่ายที่มีความน่าเชื่อถือ เพื่อตรวจสอบการเสียชีวิต 3.ขอเรียกร้องให้รัฐบาลให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ควบคุมแกนนำอย่างเปิดเผย ชัดเจน รวมทั้งให้สิทธิทนาย ความโดยเป็นไปอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้

4.ขอเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินเพราะลิดรอนสิทธิเสรีภาพขั้นพื้น ฐานของประชาชน 5.ขอเรียกร้องหยุดปิดกั้นและแทรกแซงสื่อ 6. รัฐบาลควรหยุดกลั่นแกล้ง ตั้งข้อกล่าวหากลุ่มผู้ชุมนุมเกินหลักฐานการจับกุม และกล่าวโทษอย่างไม่ถูกต้องตามหลักนิติธรรม และ 7.ขอชื่นชมแกนนำนปช.ที่เข้ามอบตัวเพื่อหลีกเลี่ยงสูญเสียเพื่อรักษาชีวิตผู้ ชุมนุม

ข่าวจาก http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdNakl6TURVMU13PT0=&sectionid=TURNd01RPT0=&day=TWpBeE1DMHdOUzB5TXc9PQ==