วันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2553 เวลา 20:34:23 น. มติชนออนไลน์

สื่อเทศเชื่อไทย”นองเลือด”ก่อนเจรจา “ปณิธาน”โต้”ซูจี”ยันไทยไม่เหมือนพม่า หลายชาติยังให้กำลัใจ”มาร์ค”

สื่อนอกวิเคราะห์สถานการณ์ไทยไร้ประนี ประนอม หวั่นนองเลือดก่อนเจรจา ชี้ต้องหาทางออกหลีกเลี่ยงด่วน คาดหวังสถาบันเบื้องสูงช่วย โฆษก รบ.ตีปี๊บ “ผู้นำ” หลายชาติเตรียมตบเท้าให้กำลังใจ “มาร์ค” สวนกลับ “ซูจี” ไม่รู้ ยันไทยไม่เหมือนพม่า นายปณิธาน วัฒนายากร โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 25 เมษายน ที่อาคารศาสนสถาน กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ที่ตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) กล่าวถึงกรณีนางออง ซาน ซูจี ผู้นำการต่อสู้เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยในพม่าระบุว่าประเทศไทยตัวอย่าง วิกฤตต่อเนื่อง ที่มาจากการรัฐประหาร 2549 และรัฐธรรมนูญที่ร่างโดยทหาร ได้ทำให้ประเทศไทยใกล้เหมือนประเทศพม่าว่า เราก็รับฟังความปรารถนาดีของผู้นำต่างๆ ที่เป็นห่วงสถานการณ์การเมืองไทย แต่เราก็ยืนยันว่าสถานการณ์การเมืองไทยก็เหมือนประเทศเหล่านั้นที่เป็น เรื่องภายในของคนไทยที่จะต้องหาทางออกที่เหมาะสมสำหรับคนไทย

“ผมคิดว่าคนไทยคงไม่รู้สึกว่าไทยจะเข้าใกล้เหมือนประเทศพม่า และไม่เหมือนกันเลยเพราะว่าเรามีระบอบประชาธิปไตยมายาวนานหลายประเทศยังไม่ ได้เป็นประชาธิปไตยเลย นอกจากนี้ ประเด็นหนึ่งของการรับรู้ข่าวสารของต่างประเทศเราคงต้องทำเพิ่มมากขึ้น เพราะบางประเทศอาจได้รับข้อมูลไม่มากเนื่องจากในเรื่องของภาษาและช่องทางการ สื่อสารที่ถูกปิดกั้นโดยระบบ ฉะนั้นสารก็อาจไม่ครบถ้วน ดังนั้น ในภูมิภาคเดียวกันก็อยากให้คนไทยพูดคุยกับเพื่อนบ้านด้วยปากต่อปากด้วย และในสัปดาห์หน้าจะมีผู้นำที่จะเดินทางมาให้กำลังใจนายกรัฐมนตรี โดยเรากำลังจัดตารางเวลาอยู่” นายปณิธานกล่าว

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานวันเดียวกันว่า บรรดานักวิเคราะห์ต่างชาติมองว่าสิ่งจำเป็นเร่งด่วนสำหรับประเทศไทยในขณะนี้ คือการหาทางออกเพื่อหลีกเลี่ยงการนองเลือดครั้งใหม่ โดยนายไมเคิล มอนเตซาโน จากสถาบันเอเชียตะวันออกศึกษาระบุว่า บรรยากาศที่คล้ายกับเทศกาลสนุกสนานที่แปรเปลี่ยนเป็นความรุนแรงเป็นสิ่งที่ สะท้อนให้เห็นถึงส่วนที่ลึกที่สุดของสังคมไทย นั่นคือมีความรุนแรงมากมายซ่อนอยู่ภายใต้พื้นผิวหน้าที่เห็น และความเกลียดชังที่มีต่อตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กำลังเป็นสิ่งอันตรายสำหรับประเทศไทยมากกว่าตัว พ.ต.ท.ทักษิณเองเสียด้วยซ้ำ

“เพราะรัฐบาลเชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ดังนั้น จึงไม่มีทางที่จะประนีประนอมกันได้ ในสังคมไทยตอนนี้และในใจของใครหลายคนจึงมีความคิดที่ว่าหากมีการนองเลือดมาก พอ ผู้คนถึงจะนั่งลงและเปิดเจรจากัน” นายไมเคิลระบุ

ด้านนายฌาค อิวานอฟ จากสถาบันวิจัยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมสมัย กล่าวว่า สังคมไทยเป็นสังคมที่นำโดยความคิดเห็นของคนหมู่มาก และมันยังเป็นสังคมแห่งความรุนแรง เมื่อมติมหาชนพังทลาย แม้แต่ประกายไฟที่เล็กที่สุดก็สามารถทำให้เกิดการลุกไหม้ครั้งใหญ่ได้ อย่างไรก็ดี เมื่อประชาชนตัดสินเรื่องต่างๆ ด้วยตนเอง ผลที่ออกมามักไม่ค่อยสวยนัก

ขณะที่นายพอล แชมเบอร์ส จากมหาวิทยาลัยไฮเดนเบิร์กของเยอรมนี ระบุว่า วัฒนธรรมของคนในสังคมไทยก็คือการให้ความเคารพสถาบันกษัตริย์ ดังนั้น สถาบันสามารถผลักดันให้เกิดการสร้างฉันทามติขึ้นได้ แต่การปราศจากการแทรกแซงเช่นนั้น จะทำให้ความรุนแรงยิ่งเกิดขึ้นต่อเนื่องต่อไป

ข่าวจาก มติชนออนไลน์