Recent Updates Toggle Comment Threads | ปุ่มลัดคีย์บอร์ด

  • mesathai 7:39 am on 24/05/2010 Permalink | ตอบกลับ  

    ผู้ ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ขอให้ชาวจังหวัดอุบลราชธานี นำเอาเหตุการณ์อาคารศาลากลางจังหวัดถูกเผา เป็นบทเรียน เพื่อก่อให้เกิดความสามัคคี (23/5/2010) 



    วัน ที่ :: 23/5/2553 ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ขอให้ชาวจังหวัดอุบลราชธานี นำเอาเหตุการณ์อาคารศาลากลางจังหวัดถูกเผา เป็นบทเรียน เพื่อก่อให้เกิดความสามัคคี (23/5/2010)

    ผู้ว่าราชการ จังหวัดอุบลราชธานี ขอให้ชาวจังหวัดอุบลราชธานี นำเอาเหตุการณ์อาคารศาลากลางจังหวัดถูกเผา เป็นบทเรียน เพื่อก่อให้เกิดความสามัคคี นายชวน  ศิรินันท์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี  เปิดเผยว่า  อาคาร ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี เป็นสถานที่ราชการที่เก่าแก่ก่อสร้างมายาวนานหลายสิบปี  เป็น ศูนย์กลางการบริการราชการแก่ประชาชนชาวจังหวัดอุบลราชธานี มีความผูกพันกับข้าราชการและประชาชนเป็นอย่างยิ่ง  แต่หลังจาก มีกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองบุกเผาศาลากลางจังหวัด เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ที่ผ่านมา  บ่งบอกถึงการขาดความสามัคคีของประชาชน ขอให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งเตือนสติ เตือนใจ ก่อให้เกิดความสามัคคีของชาวอุบลราชธานีต่อไปในอนาคต  ถึงแม้ว่าเหตุการณ์เศร้าสลดที่เกิดขึ้นกับชาวจังหวัดอุบลราชธานี จะผ่านไปแล้วหลายวัน ยังคงมีประชาชนไปดูสภาพของอาคารศาลากลางจังหวัดที่ถูกไฟเผาวอดทั้งหลัง  แต่ยังคงเหลือ ครุฑและป้ายชื่อศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี สีทอง ติดตั้งไว้บนจั่วประตูด้านหน้าทางขึ้นศาลากลางที่เปลวไฟไม่สามารถเผาทำลาย ได้       **********************************กรกช  / สวท.อุบลฯ / 23 พ.ค.53 ข้อมูลจาก :: กรกช ภูมี  สวท. อุบลราชธานี  วัน ที่ :: 23/5/2553

    วัน ที่ :: 20/5/2553 จังหวัดอุบลราชธานี ความเคลื่อนไหวเหตุการณ์เผาศาลากลาง

    เราจะ มาดูเหตุการณ์ตั้งแต่เริ่มการเคลื่อนไหวของกลุ่มชักธงรบจังหวัดอุบลราชธานี จนนำไปสู่การปะทะกันกับทหารที่มารักษาความปลอดภัยในศาลากลางจังหวัดทำให้ กลุ่มชักธงรบได้รับบาดเจ็บหลายคน ก่อนจะมีการเผาอาคารสื่อสารมหาดไทยและศาลากลางจังหวัด

    โดยเริ่มตั้งแต่เมื่อเย็นวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา กลุ่มชักธงรบอุบลราชธานี ประมาณ 150 คนนำยางรถยนต์เก่ากว่า 100 เส้น มามอบให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี หลังจากที่ทางตำรวจภูธรเมืองอุบลราชธานีได้เข้าตรวจยึดยางเก่าที่ทางกลุ่ม ได้นำมารวบรวมไว้ที่สถานีวิทยุคลื่น 91 เมกกะเฮิร์ท ทำให้กลุ่มไม่พอใจและนำยางมามอบให้กับทางราชการที่หน้าศาลากลางจังหวัด    โดย มีนายสุรพล  สายพันธุ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี  พลตรีชยันต์ หวยสูงเนิน  ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 22 อุบลราชธานีเป็นผู้รับมอบ ก่อนที่กลุ่มชักธงรบอุบลราชธานี จึงได้สลายการชุมนุมไปโดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรงใดๆเกิดขึ้นต่อมาในวันที่ 19 พฤษภาคม กลุ่มชักธงรบอุบลราชธานี ได้เริ่มเคลื่อนไหวเมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. โดยกลุ่มชักธงรบอุบลราชธานีจำนวนหนึ่งได้นำรถบรรทุกขนาดใหญ่พร้อมเครื่อง ขยายเสียงเปิดเวทีปราศรัยโจมตีการทำงานของรัฐบาลที่บริเวณหน้าบ้านของนาย วิฑูรย์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ที่ถนนแจ้งสนิท อำเภอเมืองอุบลราชธานี นานกว่าครึ่งชั่วโมง ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของตำรวจ โดยทางกลุ่มได้เรียกให้นายวิฑูรย์ออกมาพบ แต่ก็ไม่มีวี่แววของนายวิฑูรย์แต่อย่างไร จากนั้นจึงได้นำยางรถยนต์มากองไว้ที่บริเวณหน้าบ้านก่อนจะทำการจุดไฟเผา โดยตลอดช่วงการชุมนุม นายสุรพล สายพันธุ์รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี พันตำรวจเอกอภิศักดิ์  เดชะคำภู ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองอุบลราชธานีและกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 30 นาย มาคอยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้สัญจรไปมาและรักษาความปลอดภัย พร้อมทั้งเข้าเจรจามิให้ก่อเหตุความรุนแรง ซึ่งก่อนหน้านี้กลุ่มชักธงรบก็ได้เดินทางไปเผายางรถยนต์ที่บริเวณหน้าบ้าน นายสุทัศน์  เงินหมื่น รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์มาแล้วต่อมาเมื่อเวลา 13.00 น.หลังจากทราบข่าวแกนนำทางกรุงเทพมหานคร ได้ทยอยกันเข้ามอบตัว กลุ่มชักธงรบอุบลราชธานีจึงได้พากันบุกเข้าล้อมบริเวณศาลากลางจังหวัด อุบลราชธานี ก่อนจะเผายางรถยนต์รอบศาลากลาง 3 จุด โดยแกนนำได้กล่าวปราศรัยเรียกรวมพล โดยมีเจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจ ทหาร และอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน เข้าตรึงกำลังเพื่อป้องกันเหตุรอบบริเวณศาลากลาง จากนั้นได้มีเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างกลุ่มชักธงรบกับกลุ่มทหารที่มารักษา ความปลอดภัยหน้าศาลากลาง ทำให้ทหารต้องถอยร่นเข้ามาในบริเวณภายในศาลากลาง ก่อนจะมีเสียงปืนดังขึ้นจำนวน 3 นัด โดยผู้เห็นเหตุการณ์บอกว่าเป็นปืนที่ถูกยิงมาจากชั้นสองของศาลากลางจังหวัด เป็นเหตุให้กลุ่มชักธงรบได้รับบาดเจ็บ ถูกหามส่งโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์หลายคน ทำให้เหตุการณ์ได้ทวีความรุนแรงขึ้นจนทำให้กลุ่มชักธงรบได้บุกเข้าไปยังตัว ศาลากลางก่อนจะเผารถกระบะของอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนเสียหายหนึ่งคัน และทำลายรั้วบริเวณศาลากลางจำนวนหลายจุด รวมไปถึงป้อมยามรักษาความปลอดภัยด้วย ก่อนจะเผาอาคารสื่อสารมหาดไทย ที่ตั้งอยู่ข้างศาลากลางจังหวัด จากนั้นได้ทำการเผาศาลากลางจนวอดทั้งหลังและในขณะที่เกิดเหตุการณ์อยู่นั้น ก็ได้เกิดการปะทะกันเป็นระยะๆ ก่อนที่กลุ่มชักธงรบจะสลายตัวไป.  สทท.ข่าว/ภาพ

    ข้อมูลจาก :: ชมพูนุช แสงสา  สทท.11 อุบลราชธานี  วัน ที่ :: 20/5/2553

    วัน ที่ :: 19/5/2010 บรรยากาศที่จังหวัดอุบลราชธานีเงียบเหงา หลังจากที่ ศอฉ. ออกประกาศเคอร์ฟิวเพิ่มเติม (19 พ.ค.53) บรรยากาศที่จังหวัดอุบลราชธานี หลังจากที่เมื่อช่วงกลางวันที่ผ่านมากลุ่ม นปช.ได้ทำการจุดไฟเผาบริเวณศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี วอดทั้งหลัง และมีผู้ชุมนุมถูกยิงทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ5 ราย โดยไม่มีผู้เสียชีวิตตามที่ได้เสนอข่าวเมื่อช่วงกลางวัน  สำหรับ ในช่วงหัวค่ำประชาชนชาวจังหวัดอุบลราชธานี  หลังจากทราบข่าว ศาลากลางจังหวัดถูกเผา ต่างพากันออกมายืนดูบริเวณศาลากลางจังหวัด ซึ่งเหลือแต่เพียงซากและเถ่าถ่าน พร้อมทั้งนำกล้องมาถ่ายรูปศาลากลางจังหวัดได้นอกจากนี้ภายหลังจาก ที่ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ออกประกาศเคอร์ฟิวเพิ่มเติมอีก23 จังหวัด รวมทั้งอุบลราชธานี  ทำ ให้บรรยากาศยามค่ำคืนของจังหวัดอุบลราชธานีเงียบเหงาผิดปกติ ด้านนายชวน  ศิรินันท์พร  ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า จังหวัดอุบลราชธานี อยู่ในประกาศเคอร์ฟิว ห้ามมิให้บุคคลใด ออกนอกเคหะสถานภายในเวลาตั้งแต่เวลา 20.00 น. ของวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ.2553 ถึงเวลา 06.00 น. ของวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ.2553 และประชาชนที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่ กำหนดเข้าสู่เคหะสถาน มิให้ออกมายังพื้นที่ที่กำหนด เว้นแต่ได้รับการอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ ผู้ใดฝ่าฝืนข้อห้ามตามประกาศนี้ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 40,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามที่พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุก เฉิน พ.ศ.2548 เข้าปฏิบัติหน้าที่ในเขตพื้นที่และระยะเวลาที่ กำหนดได้   ทั้งนี้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 18 แห่ง พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ในการนี้มอบหมายให้ผู้กำกับการปฏิบัติงาน, ผู้อำนวยการ แก้ไขสถานกาณณ์ฉุกเฉิน สามารถกำหนดพื้นที่และรายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อมิให้มีการปฏิบัติที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชน เกินสมควรแก่เหตุได้  ข้อมูลจาก :: กรกช ภูมี  สวท. อุบลราชธานี  วัน ที่ :: 19/5/2553

    วัน ที่ :: 19/5/2010  นปช.อุบลฯบุกศาลากลางปะทะทหารบาดเจ็บ 5 (19/5/2010) กลุ่มชักธงรบอุบลราชธานีปะทะกับทหารที่รักษาความปลอดภัยในศาลากลาง เป็นเหตุให้กลุ่มชักธงรบได้รับบาดเจ็บ 5 คน

    กลุ่มชักธงรบอุบลราชธานีได้พากันบุกเข้าล้อม บริเวณศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี และเผายางรถยนต์ 3 จุด รอบบริเวณศาลากลาง โดยแกนนำได้เปิดเวทีปราศรัยเรียกรวมพล โดยมีเจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจ ทหาร และอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน เข้าตรึงกำลังเพื่อป้องกันเหตุรอบบริเวณศาลากลาง จากนั้นได้มีเหตุการณ์กลุ่มชักธงรบปะทะกับทหารที่มารักษาความปลอดภัย ทำให้ทหารได้ถอยร่นเข้ามาในบริเวณภายในศาลากลาง ก่อนจะมีเสียงปืนดังขึ้นจำนวน 3 นัด โดยผู้เห็นเหตุการณ์บอกว่าเป็นปืนที่ถูกยิงมาจากชั้นสองของศาลากลางจังหวัด เป็นเหตุให้กลุ่มชักธงรบ 5 คนได้รับบาดเจ็บ ถูกหามส่งโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จากนั้นกลุ่มชักธงรบได้บุกเข้าเผารถกระบะของอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน เสียหายหนึ่งคัน และทำลายรั้วบริเวณศาลากลางจำนวนหลายจุด รวมไปถึงป้อมยามรักษาความปลอดภัยด้วย และขณะนี้ได้มีกลุ่มชักธงรบกำลังเดินทางมารวมตัวกันที่บริเวณศาลากลาง จังหวัด. ข่าว/ภาพ  อรุณ  เชิญ ทอง ,ข้อมูลจาก :: ชมพูนุช แสงสา  สทท.11 อุบลราชธานี  วัน ที่ :: 19/5/2553


    Advertisements
     
  • mesathai 12:45 pm on 23/05/2010 Permalink | ตอบกลับ  

    แดงใต้ดิน ” จาตุรณ “หวั่นบานปลาย 


    วันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7115 ข่าวสดรายวัน
    แดงใต้ดิน “อ๋อย”หวั่นบานปลาย
    พท.ยื่นซักฟอก “มาร์ค-4รมต.” เหลิมนั่งนายก 64สว.บี้ล้มศอฉ. ติงจัดฉากยัดปืน


    นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย แถลงข่าวเมื่อวันที่ 22 พ.ค. เรียกร้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ อย่าปรองดองแต่ปาก พร้อมเตือนแม้เสื้อแดงจะเลิกชุมนุมแต่ปัญหาก็ยังไม่ยุติ

    “เทือก”เข้า ทำงานในทำเนียบรัฐบาลวันจันทร์ นี้ พร้อมนัดถกครม.วันอังคารทันที ปชป.เผย 3 ปัจจัยเสี่ยงขวางปรองดองในชาติ อ้างทีมทนายแม้วแทรกแซงโต๊ะเจรจา ซัดเพื่อไทยแหล่งซ่อมสุมสิ่งผิดกฎหมาย หมอวรรณรัตน์ย้ำพรรคร่วมมีเอกภาพ ยอมรับเลือกตั้ง 14 พ.ย.ยังไม่แน่นอน “เฉลิม” นำทีมส.ส.เพื่อไทยยื่นซักฟอก “มาร์ค-กษิต-กรณ์-ชวรัตน์-โสภณ” ปัดอภิปราย “เทพเทือก” อ้างไม่มีราคา ยื่นถอดถอนต่อประธานวุฒิวันจันทร์นี้ เขินมีชื่อแนบท้ายญัตติเป็นนายกฯ โฆษกพท.ร้องป.ป.ช.เอาผิด “มาร์ค-เทือก” สั่งฆ่าประชาชน เล็งฟ้องอาญา-แพ่งด้วย อ้างมีคลิปทหารยิงปชช.ในวัดปทุมฯ จะเปิดต่อเมื่อขึ้นศาล “อ๋อย” ห่วงการชุมนุมยุติแต่ความขัดแย้งยังไม่หมด เตือน “มาร์ค” อย่าปรองดองแต่ปาก ชี้แดงมีโอกาสฟื้นหากถูกป้ายสี กลั่นแกล้งไม่หยุด กลุ่ม 64 ส.ว.จวกนายกฯไม่คิดใช้เวทีรัฐสภาแก้ปัญหา บี้ยกเลิกศอฉ. เสนอตั้งกรรมาธิการสอบข้อเท็จจริง

    “เทือก”กลับ ทำเนียบจันทร์นี้
    วันที่ 22 พ.ค. ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ว่า ในวันจันทร์ที่ 24 พ.ค.นี้ จะกลับเข้าทำงานในทำเนียบรัฐบาล และในวันอังคารที่ 25 พ.ค. จะมีการประชุมคณะรัฐ มนตรีที่ทำเนียบรัฐบาลเช่นกัน

    “วรรณ รัตน์”ย้ำยังร่วมรัฐบาล
    ที่ จ.นครราชสีมา น.พ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน หัวหน้าพรรครวมชาติพัฒนา กล่าวถึงข่าวลือพรรคร่วมรัฐบาลจะลาออกจากการร่วมรัฐบาล เนื่องจากเหตุ การณ์สลายการชุมนุมว่า เชื่อว่าเอกภาพของรัฐบาลยังดีอยู่ ดังนั้น พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคควรรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติให้เร็วที่ สุด พร้อมทั้งสมานรอยแผลที่เกิดขึ้นแก่ประชาชนทั่วประเทศ

    เมื่อถามว่าวันที่ 14 พ.ย. ยังมีการเลือกตั้งใหม่ตามที่นายกฯ เคยประกาศไว้หรือไม่ น.พ.วรรณรัตน์ กล่าวว่า ไม่มีอะไรแน่นอน เพราะยังไม่ได้มีการประชุมกัน แต่สิ่งที่สำคัญก่อนมีการเลือกตั้ง บ้านเมืองต้องกลับสู่ภาวะปกติให้เร็วที่สุด มุ่งแก้ไขปัญหาโดยสัมมาทิฐิ มองโลกในแง่ดี มีความอดทน รู้จักให้อภัยต่อกัน จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างสันติวิธี หากบ้านเมืองยังไม่เข้าสู่ภาวะปกติและมีการเลือกตั้งขึ้นใหม่ เชื่อว่าจะต้องเกิดความรุนแรงเกิดขึ้นอีกแน่นอน

    “มา ร์ค”ไม่เลือกปฏิบัติ
    เวลา 11.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า กรณีที่มีภาพของแกนนำนปช. ปรากฏในสื่อต่างๆ และสร้างความไม่สบายใจให้กับประชาชน ซึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ทราบเรื่องนี้แล้วและสั่งการผู้เกี่ยวข้องให้ชี้แจงข้อเท็จจริง ซึ่งภาพที่ปรากฏน่าจะอธิ บายองค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศว่า รัฐบาลไม่ได้ปฏิบัติต่อคนเหล่านี้โดยใช้มาตรการที่รุนแรง นายกฯ ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ ปฏิบัติตามระเบียบและกฎหมายโดยเคร่งครัด ไม่เลือกปฏิบัติ

    นายเทพไท กล่าวว่า กรณีพรรคเพื่อไทยออกมาปกป้องแกนนำนปช. โดยเฉพาะการพูดถึงคลิปเสียงที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการนปช. ปลุกระดมคนเสื้อแดงให้เผาบ้านเมืองนั้น ถ้าใครติดตามแกนนำนปช. ปราศรัย จะเห็นว่ามีพฤติกรรมปลุกระดมให้คนเผาบ้านเผาเมืองหลายครั้ง และไม่ใช่นายณัฐวุฒิ คนเดียวแต่รวมถึงนายวีระ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง นายขวัญชัย ไพรพนา และนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ด้วย จึงทำให้มวลชนซึม ซับและระบายออก ฉะนั้นพรรคเพื่อไทยไม่ควรเอาสถานะความเป็นพรรค มาปกป้อง ผู้ต้องหาคดีก่อการร้าย ก่อการจลาจล และเป็นกบฏต่อแผ่นดิน

    อัด พท.แหล่งซ่องสุม
    นายเทพไท กล่าวว่า ข้อเรียกร้องของพรรคเพื่อไทย ต่อนายกฯ และรองนายกฯ ให้แสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ความรับผิดชอบในฐานะรัฐบาลมีอยู่เต็มที่ แต่ต้องถามว่าจะให้รับผิดชอบในกรณีใดบ้าง เรื่องความรุนแรงที่เกิดขึ้นรัฐบาลพยายามหาความจริง โดยตั้งคณะกรรมการกลางที่ทุกฝ่ายยอมรับ สอบสวนข้อเท็จจริงถ้าพบว่าใครกระทำผิด ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ไม่มีละเว้น แม้แต่นายกฯ หรือบุคคลในรัฐบาล

    เมื่อถามถึงพรรคเพื่อไทยระบุศอฉ.พยา ยามเข้าไปตรวจค้นพรรคเพื่อไทย นายเทพไท กล่าวว่า ตลอดการชุมนุม สถานที่พรรคเพื่อไทยได้ปฏิบัติผิดกฎหมายมาตลอด ตั้งเป็นที่ซ่องสุมผู้ชุมนุม แกนนำนปช.ที่ถูกหมายจับ รวมทั้งมีการยักย้ายถ่ายเทอุปกรณ์กระเป๋าจำนวนมาก นั่นเป็นการสะสมอาวุธหรือไม่ รัฐบาลพยายามตรวจสอบข้อเท็จจริง ให้ความเป็นธรรมและให้เกียรติกับพรรคเพื่อไทย

    วอนแดงสยาม เลิกนัดชุมนุม
    นายเทพไท กล่าวถึงนายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ แกนนำกลุ่มแดงสยาม ประ กาศหลังรัฐบาลยกเลิกพ.ร.ก.ความมั่นคง และพ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว จะนัดชุมนุมคนเสื้อแดงในนามกลุ่มแดงสยามว่า อยากเรียกร้องนายสุรชัย ในฐานะคนบ้านเดียวกันว่าควรให้โอกาสบ้านเมือง วันนี้รัฐบาลเปิดโอกาสให้ทุกกลุ่ม ทุกภาคส่วนเข้าสู่ขบวนการปรองดอง หากแกนนำแดงสยามเห็นว่า อะไรที่ร่วมกันผลักดันให้ประเทศชาติเดินไปข้างหน้าได้ รัฐบาลก็ไม่ปิดกั้น กลุ่มแดงสยามไม่ควรชุมนุมสร้างความวุ่นวายขึ้นมาอีก น่าจะสำนึกในความเป็นคนไทย น่าจะเอาความเจ็บปวดตรงนี้มาเป็นบทเรียน และคิดว่าบ้านเมืองสำคัญกว่าชีวิตของคนคนเดียว

    นายเทพไท กล่าวว่า รัฐบาลขอบคุณหลายองค์กรที่ห่วงใยต่อสถานการณ์ในประเทศ รวมถึงข้อแนะนำของสื่อสหรัฐว่ารัฐบาลไทยต้องใช้ความเด็ดขาดกับพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร เพื่อให้สันติภาพเกิดขึ้น รัฐบาลตระหนักว่าผู้อยู่เบื้องหลังความวุ่นวายที่เกิดขึ้น อยู่ที่พ.ต.ท.ทักษิณ เพียงคนเดียว การที่รัฐบาลจะใช้ความเด็ดขาดกับพ.ต.ท. ทักษิณ ต้องคำนึงถึงกฎหมายด้วย

    เผยปัจจัยเสี่ยงล้ม ปรองดอง
    ด้านน.พ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคเห็นว่ายังมี 3 ความเสี่ยง ที่เป็นอุปสรรคต่อการปรองดองในประเทศ 1.การเตรียมเคลื่อนไหวของกลุ่มแดงสยามของนายสุรชัย และนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข พรรคอยากเรียกร้องว่ากลุ่มใดที่จะเคลื่อนไหวควรทำบนพื้นฐานของความสันติ ไม่ใช้วิธีก่อความวุ่นวาย โจมตี ใส่ร้ายทั้งทางการเมืองและต่อสถาบันที่อยู่เหนือความขัดแย้งทางการเมือง ข้อเรียกร้อง 5 ข้อ ของกลุ่มแดงสยาม หากประสงค์ให้สังคมก้าวพ้นความขัดแย้งจริง ทำไมไม่มีข้อเรียกร้องข้อใดที่เกี่ยวข้องให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับเข้ามาสู่กระบวนการยุติธรรมแม้แต่ข้อเดียว

    2.ความเสี่ยงต่อการเคลื่อนไหวของกองกำลังก่อการร้ายติดอาวุธที่จะลงไปใน ลักษณะขบวนการใต้ดิน ซึ่งรัฐบาลต้องปรับยุทธ ศาสตร์ ขยายผลการจับกุมผู้ติดอาวุธได้ที่สวนลุมพินี เชื่อมโยงกับงานข่าวระหว่างประเทศ ที่มีรายงานข่าวว่า มีการลำเลียงอาวุธจากประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงเชื่อมโยงเส้นทางการโอนถ่ายเงิน เพื่อสนับสนุนการก่อ การร้ายภายในและภายนอกประเทศด้วย เพื่อนำมาสู่กระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย

    น.พ.บุรณัชย์ กล่าวว่า 3.ความเสี่ยงต่อการเคลื่อนไหวของพ.ต.ท.ทักษิณ ที่ใช้ต่างประเทศเคลื่อนไหวอย่างชัดแจ้ง แม้เหตุ การณ์ที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่าการเคลื่อน ไหวไม่ได้รับการตอบรับจากมวลชนภายในประเทศ เห็นชัดว่ามีความพยายามใช้มวลชนล้มรัฐบาล เพื่อหวังประโยชน์ของตัวเองใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือ และการเคลื่อนไหวในต่างประเทศนั้น เริ่มแนวโน้มสื่อต่างประเทศเริ่มเข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและให้ข่าวใน ลักษณะที่เป็นประโยชน์ เช่น ตามที่หนังสือวอลล์ สตรีต เจอร์นัล วิเคราะห์บทบาทของพ.ต.ท.ทักษิณ ว่าการเจรจาต้องสะดุดลงเพราะพ.ต.ท.ทักษิณ เข้ามาแทรก แซง ทำให้ไม่ได้ข้อยุติและไม่สามารถหาทางออกบนพื้นฐานของการเผชิญหน้า

    แฉ ทีมทนายแม้วแทรกสมานฉันท์
    น.พ.บุรณัชย์ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีบทรายงานข่าวจากสื่อต่างชาติ โดยสำนักข่าวรอยเตอร์ เขียนโดยนายเจมส์ ฮุกเวย์ ระบุว่า ระหว่างที่มีการชุมนุมยึดพื้นที่แยกราชประสงค์ได้มีทีมทนายความของพ.ต.ท. ทักษิณ เข้าพบปะหารือกับแกนนำนปช. อย่างใกล้ชิด โดยพบปะกันที่โรงแรมหรูใกล้พื้นที่การชุมนุม เพื่อขอให้ยับยั้งการเจรจา ปรองดองกับรัฐบาลไทย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการแทรกแซงของทีมทนายความของพ.ต.ท. ทักษิณ ที่บงการตามคำสั่งในการเจรจาสมานฉันท์ระหว่างแกนนำนปช.กับรัฐบาล ขณะเดียวกันระบุว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ติดต่อกับกลุ่มอดีตนายทหารฝ่ายความมั่นคง ฝึกจรยุทธ์โดยใช้ชื่อว่ากองทัพของประชาชน โดยรายงานข่าวระบุว่าได้ข้อมูลมาจากนักการเมืองฝ่ายค้าน

    โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ทั้ง 3 เรื่อง เป็นความเสี่ยงที่รัฐบาลต้องแสวงหาความร่วมมือจากทุกภาคส่วนร่วมกันป้องกัน ต่อไป ส่วนกรณีวัดปทุมวนาราม เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจพบว่าในพื้นที่ของวัดมีการซ่อง สุมอาวุธจำนวนมาก เรื่องนี้ต้องขยายผลหาข้อเท็จจริงว่าคนกลุ่มใดยิงเข้าไปในเต็นท์พยาบาล ทำให้ผู้คนบาดเจ็บล้มตาย รวมทั้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยด้วย

    “สาธิต”ยอม ขอโทษ 64 ส.ว.
    นายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงนายกฤช อาทิตย์แก้ว ส.ว.กำแพงเพชร กลุ่ม 64 ส.ว. แถลงตอบโต้หลังถูกกล่าวหาเป็นกลุ่มทักษิณคอนเน็กชั่นว่า ตนต้องขอโทษกลุ่ม 64 ส.ว.ที่เข้าใจผิดคิดว่ากลุ่ม 64 ส.ว.เป็นเครือข่ายของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งบ้านเมืองขณะนี้ต้องการความปรองดอง ซึ่งสาเหตุที่ตนเข้าใจผิดเนื่องจากได้ติดตามการทำงานและการอภิปรายในสภาของ ส.ว.กลุ่มนี้ รวมทั้งยังทราบเบื้องลึกถึงการเติบโตในทางข้าราชการตั้งแต่การขึ้นเป็นผู้ ว่าฯกำแพง เพชร จนถึงการได้รับการเลือกตั้งส.ว. ซึ่งอยู่ในเครือข่ายของพ.ต.ท.ทักษิณ มาตลอด พฤติกรรมการทำหน้าที่ส่วนใหญ่จะเข้าทางหรือสนับสนุนทิศทางทางการเมืองของ พ.ต.ท.ทักษิณ

    “ขณะนี้ส.ว.กลุ่มนี้ หรือส.ว.กฤช มีดวงตาเห็นธรรมแล้ว และแยกออกว่าสิ่งไหนเลว สิ่งไหนดี โดยปฏิเสธไม่ได้เกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชี้ให้เห็นว่าวันนี้กลุ่มส.ว. ทราบดี และรู้แล้วว่าพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับความดี ฉะนั้นต้องขอโทษ 64 ส.ว. ขอให้ท่านให้อภัยและแยกกันทำหน้าที่ แต่ขอให้การปฏิบัติหน้าที่ทั้งหมดนึกถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก อย่านึกถึงประโยชน์ของคนใดคนหนึ่ง” นายสาธิต กล่าว

    “วิ ชาญ”ห่วงรัฐจัดฉาก
    นายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ ส.ว.สรรหา 1 ในคณะ 64 ส.ว.ไม่นิยมความรุนแรงกล่าวว่า การที่นายกฯประกาศเดินหน้าแผนปรองดอง แต่ดูจากท่าทีที่ฝ่ายรัฐบาลแสดงออกแล้ว ตนยังมืดแปดด้านว่าจะปรองดองกันได้อย่างไร ในเมื่อรัฐยังใช้สื่อให้ร้ายป้ายสีอีกฝ่าย เพื่อหาความชอบธรรมให้ตัวเองในการสั่งปราบประชาชน และการตรวจเจออาวุธ ตนเป็นห่วงว่าจะมีการจัดฉาก เพราะตอนเข้าไปเคลียร์พื้นที่ก็กันไม่ให้สื่อเข้าไป อ้างเรื่องความปลอดภัย เราไม่ปฏิเสธว่าในกลุ่มผู้ชุมนุมมีกองกำลังติดอาวุธอยู่จริง แต่หากรัฐบาลจริงใจใช้เวทีรัฐสภาแก้ปัญหาตามที่โฆษณา ก็คงไม่เกิดเหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย.หรือ 19 พ.ค. วันนี้ระบอบประชาธิป ไตยของเราไม่สามารถใช้ระบบรัฐสภาแก้ปัญหาได้แล้ว เพราะฝ่ายบริหารไม่รับฟังอะไร ทั้งที่วุฒิสภาพยายามดึงปัญหาประเทศมาแก้กันในนี้

    นายวิชาญกล่าวว่า รัฐบาลไม่ใส่ใจจะใช้ระบบรัฐสภาแก้ปัญหา มุ่งแต่ใช้กำลังเข้าสลาย ดังนั้น รัฐบาลจึงไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้ รัฐบาลนี้พยายามตอกย้ำให้ความแตกแยกของคนในชาติขยายกว้างขึ้น แล้วอย่างนี้สมานฉันท์จะเกิดได้อย่างไร อย่าลืมว่าผู้ชุมนุมที่กลับบ้านไป พกพาความเคียดแค้นชิงชังกลับไปด้วย เมื่อรัฐบาลชิงหาความชอบธรรมโดยป้ายสีเขาว่าเป็นพวกผู้ก่อการร้ายแล้ว จะสร้างความปรองดองได้อย่างไร

    ชงตั้งกมธ.สอบข้อเท็จจริง
    นายวิชาญกล่าวว่า นายกฯต้องสั่งให้ศอฉ.กลับบ้านไปได้แล้ว วันนี้ไม่จำเป็นต้องมีศอฉ. ออกมาแถลงสร้างความแตกแยกอีก ถ้ารัฐบาลยังไม่หยุดภาวะบ้านเมืองแบบจังหวัดชายแดนภาคใต้คงเกิดขึ้นทั่ว ประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสานและเหนือ สิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือการป้ายสีส.ว.ว่าเป็นพวกระบบทักษิณ ตนไม่คิดว่าการเมืองจะสกปรกขนาดนี้ พูดโดยไม่มีฐานความจริง หากรัฐบาลยังเดินหน้าผลักคนพวกนี้ลงใต้ดิน บีบบังคับให้เขาเป็นผู้ก่อการร้าย สักวันจะเสียใจ

    นายวิชาญ กล่าวว่า การตั้งคณะกรรม การติดตามสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง เราอยากให้เป็นการศึกษาเพื่อเดินไปข้างหน้าเสนอทางออกให้บ้านเมือง ทั้งนี้ เราจะเสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญขึ้นมาคณะหนึ่ง สอบสวนเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. จนถึงวันที่ 19 พ.ค. เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

    “อ๋อย”เตือน”มาร์ค “หยุดกวาดล้าง
    เวลา 11.30 น. ที่โรงแรมเรดิสัน นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย แถลงว่า หลังกลุ่มนปช. ยุติการชุมนุมแล้ว ดูเหมือนวิกฤตจะยุติ แต่การที่รัฐบาลใช้ความรุนแรงอย่างไร้ทิศทาง จนมีผู้เสียชีวิต 80 กว่าราย และบาดเจ็บร่วม 2,000 คน ตนเห็นว่าวิกฤตจะยิ่งซ้ำเติมขึ้น จะมีการตอบโต้ล้างแค้นเข้าสู่ความขัดแย้งที่มากขึ้น เป็นผลจากรัฐบาลล้มเหลวในการเจรจาสู่ความปรองดอง การกล่าวอ้างของนายกฯ ที่ระบุถึงการปรองดองเป็นเพียงคำพูดสวยหรู ซึ่งการปฏิบัติตรงข้ามกับคำพูด โดยใช้มาตรการปราบปรามกับผู้ชุมนุม และเมื่อรัฐบาลตัดสินใจใช้กำลังทหารสลายการชุมนุมซึ่งทั่วโลกรับไม่ได้ แต่เหตุการณ์หลังการยุติที่มีการเผาสถานที่ต่างๆ ในลักษณะของความโกรธแค้นไร้ทิศทางนั้นก็อาจมีฝ่ายที่ 3-4 เข้ามาแทรกแซงก็เป็นได้

    นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ส่วนแผนการ ปรองดองของนายกฯนั้น นายกฯต้องทำความเข้าใจกับเรื่องนี้ใหม่ อย่าเอาความเห็นที่แตกต่างทางการเมืองของผู้ที่อยู่ตรงข้ามมาเป็นศัตรู รวมทั้งรัฐบาลควรใช้กฎหมายตามที่จำเป็น ไม่เกินเลย เพื่อเป็นเครื่องมือทำลายล้างฝ่ายตรงข้าม ทั้งนี้กระบวนการยุติธรรม นับจากนี้ต้องน่าเชื่อถือและทุกฝ่ายยอมรับ แต่มีปัญหาคือเมื่อรัฐบาลควบคุมกลไกทางกฎหมายอยู่ ฉะนั้นการดำเนินการตามกฎหมายจึงไม่เกิดความน่าเชื่อถือได้ ทั้งเรื่องการตั้งข้อหาและการพิสูจน์ต่างๆ หรือแม้จะยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน

    หวั่น ขบวนการใต้ดินลุกลาม
    “ผมคาดว่าการต่อสู้ของคนที่ไม่ได้รับความยุติธรรมอาจใช้วิธีต่างๆ ต่อต้านรัฐบาล มีโอกาสเกิดขึ้นสูง ผมไม่สนับสนุนขบวน การใต้ดินแต่เป็นห่วงว่าอาจเกิดขึ้นได้ ถ้าบ้านเมืองยังไม่เป็นประชาธิปไตยและไม่สามารถหาผู้ที่ฆ่าประชาชนมาดำเนิน การตามกระบวนการยุติธรรม หรือหาผู้รับผิดชอบต่อผู้เสียชีวิต 80 กว่าศพ จึงอยากให้รัฐบาลพิจารณาให้รอบคอบในการตั้งข้อหา ดำเนินคดี ไม่ใช่เหมารวมว่าเป็นผู้ก่อการร้ายหมด หากไม่มีความเป็นธรรมหรือดำเนินการ 2 มาตรฐาน ประเทศอาจจะถลำลึกกว่านี้” นายจาตุรนต์ กล่าว

    เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยควรมีบทบาทหรือร่วมรับผิดชอบอย่างไร นายจาตุรนต์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยต้องช่วยดูแลผู้ที่ได้รับความเสียหายและผู้ที่ได้รับผลกระทบ ทั้งเรื่องอาคาร ทรัพย์สินและอาชีพ ส่วนคดีความต้องนำผู้เกี่ยวข้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หากพบว่ามีส.ส.พรรคเพื่อไทยทำผิดก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และพรรคต้องมีความรับผิดชอบทางการเมือง ทั้งนี้อยากเสนอแนะให้พรรคเพื่อไทยสรุปบทเรียนการชุมนุมและเสนอต่อสังคม โดยยึดการต่อสู้ตามกระบวนการรัฐสภา รวมทั้งต้องไม่สนับสนุนการใช้ความรุนแรง หากชุมนุมต้องอยู่ใต้กรอบกฎหมายรัฐธรรมนูญ

    ชี้”แดง”มี โอกาสฟื้นอีก
    เมื่อถามว่าขบวนการเสื้อแดงจะมีทิศทางอย่างไรต่อจากนี้ นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าการชุมนุมครั้งนี้ เสื้อแดงเสียหายอย่างมาก เพราะพลาดโอกาสที่จะประสบความสำเร็จต่อการเจรจาเพื่อยุติการชุมนุม อย่างไรก็ตาม การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของคนเสื้อแดงสามารถดำเนินการได้ แต่ต้องดูบทเรียนและพลังที่มีอยู่ ที่สำคัญต้องยึดแนว ทางสันติ อหิงสา ค่อยๆฟื้นและก้าวขึ้นมา

    เมื่อถามว่าเแกนนำเสื้อแดงบางส่วนประกาศจะชุมนุมสิ้นเดือนนี้ที่จ.ราชบุรี นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ไม่ทราบว่าจะชุมนุมด้วยเนื้อหาอะไร คิดว่า ในระยะยาว การชุมนุมอาจเกิดขึ้นได้โดยเฉพาะถ้ารัฐบาลกลั่นแกล้ง พยายามกวาดล้างฝ่ายที่เห็นต่างทางการเมือง ถ้าเป็นเช่นนี้ การชุมนุมอาจเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คิด และอยากเรียกร้องให้สังคมไทยพูดเรื่องผู้เสียชีวิต ผู้สูญหายและคนบาดเจ็บด้วย ถ้าไม่พูดเรื่องนี้เลย ถือเป็นเรื่องอันตรายมาก

    เมื่อถามว่าเหตุการณ์พฤษภาทมิฬมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ทำให้รัฐบาลถูกขับไล่จนอยู่ไม่ได้ ตรงกันข้ามกับเหตุครั้งนี้เป็นเพราะอะไร นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ที่รัฐบาลยังอยู่ได้เพราะได้รับการสนับสนุนจากผู้มีอำนาจหลายฝ่าย ทั้งที่รัฐบาลนี้ทำผิด สังคมไทยไม่ควรยอมรับเพราะประจักษ์ชัดว่า รัฐบาลนี้ทำผิด จากการส่งกำลังทหารปราบปรามผู้ชุมนุม

    “เห ลิม”ชี้สลายแดงคล้าย 6 ตุลาฯ
    เวลา 13.30 น. ที่พรรคเพื่อไทย ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย แถลงว่า เท่าที่ติดตามการชุมนุม เหตุการณ์วันที่ 6 ต.ค.2519 คล้ายกับเหตุการณ์ชุมนุมของนปช. วันที่ 12 เม.ย. – 21 พ.ค. อยู่ 4 ประเด็นคือ 1.เหตุการณ์ 6 ต.ค.2519 กล่าวหาว่าล้มสถาบันพระมหากษัตริย์ เปลี่ยน แปลงการปกครองสู่ระบอบคอมมิวนิสต์ มีการสร้างภาพตัดต่อหมิ่นสถาบัน และกล่าวหาว่ามีเวียดนามร่วมกับนักศึกษาล้มล้างอำนาจรัฐในมหาวิทยาลัยธรรม ศาสตร์ ซึ่งเหตุการณ์ 12 เม.ย.-21 พ.ค.2553 มีการกล่าวหาว่าล้มล้างสถาบัน เปลี่ยนแปลงการปกครองและสถาปนารัฐไทยใหม่ โดยเรียกขานกลุ่มผู้ชุมนุมว่าผู้ก่อการร้าย

    ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า 2.เหตุการณ์ 6 ต.ค.2519 มีการปลุกระดมโดยผ่านสถานีวิทยุยานเกราะและเครือข่ายวิทยุของทหารอีกหลาย เครือข่าย ขณะที่ 12 เม.ย.-21 พ.ค.2553 มีการปลุกระดมโดยสื่อของรัฐโดยเฉพาะสถานีโทรทัศน์เกือบทุกสถานี มีการจัดตั้งบุคลากรที่เป็นปฏิปักษ์กับพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร และนปช. ร่วมรายการและใส่ร้ายอย่างต่อเนื่อง 3.เมื่อเหตุการณ์ 6 ต.ค.2519 สงบ มีการตรวจค้นในมหาวิทยา ลัยธรรมศาสตร์ พบอาวุธจำนวนมาก ทางราชการกล่าวหาว่าเป็นของนักศึกษา ภายหลังจึงทราบว่าเป็นการใส่ร้ายจากฝ่ายเจ้าหน้าที่ ส่วน 12 เม.ย.- 21 พ.ค.2553 หลังเหตุการณ์มีการตรวจค้นพบอาวุธชนิดต่างๆ จำนวนมากและกล่าวหาว่าเป็นของผู้ชุมนุม และ4.เหตุการณ์ 6 ต.ค.2519 เรียกนักศึกษาและผู้ชุมนุมว่าเป็นคอมมิวนิสต์ ส่วนเหตุ การณ์ 12 เม.ย.-21พ.ค.2553 เรียกผู้ชุมนุมว่าเป็นผู้ก่อการร้าย

    ชง ยื่นซักฟอก”อภิสิทธิ์-4รมต.”
    ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ในฐานะนักกฎ หมาย สนับสนุนให้รัฐดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำความผิด แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานความถูกต้องชอบธรรม หลักนิติรัฐ หลักนิติธรรม ถ้ายังไม่มีพยานหลักฐาน ไม่ควรโยนความผิดให้กับผู้ชุมนุม ทั้งนี้ ตนจะเสนอในที่ประชุมพรรควันนี้(22 พ.ค.) เพื่อขอยื่นอภิปรายญัตติไม่ไว้วางใจรัฐบาล และรัฐ มนตรีอีก 4 คน 1.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ 2.พระเอกงิ้ว นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย 3.นายกรณ์ จาติกวณิช รมว. คลัง 4.รัฐมนตรีนักเลง นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ และ5.นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม

    ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนไม่หวังชนะแต่ต้องการบอกให้สังคมรับรู้ หวังว่านายอภิสิทธิ์ ซึ่งตนขอยกให้เป็นท่านจอมพลคนสุดท้อง จะคำนึงถึงตอนที่เป็นฝ่ายค้าน ซึ่งรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช จะเปิดวิสามัญพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีแต่พรรคประชาธิปัตย์ยื่นญัตติขอ เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งรัฐบาลก็ยอมบรรจุก่อนแล้วค่อยอภิปรายพ.ร.บ.งบประมาณ หวังว่านาย อภิสิทธิ์ คงมีน้ำใจเป็นนักประชาธิปไตยให้สมกับที่จบมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ปัญหาที่เกิดขึ้นและลุกลามเป็นเรื่องของนายอภิสิทธิ์ ที่อยากอยู่ในตำแหน่ง ตนไม่เรียกร้องให้รับผิดชอบเพราะคนอย่างนายอภิสิทธิ์ ไม่มีความรับผิดชอบ

    พท.ยื่น ปปช.สอบ”มาร์ค-เทือก”
    ด้านนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า จากเหตุการณ์ทหารเข้าสลายการชุมนุมกลุ่มนปช. ทั้งที่แยกคอกวัว หน้าอนุสรณ์สถานแห่งชาติ ดอนเมือง รวมถึงสี่แยกราชประสงค์ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก แน่ชัดว่าเป็นการกระทำภายใต้การสั่งการของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่งคง ในฐานะผอ.ศอฉ. ถือเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุและไม่เป็นไปตามหลักสากล รวมถึงละเมิดต่อสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมาย

    นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ จะต้องร่วมกันรับผิดชอบในฐานะผู้สั่งการ ซึ่งในวันจันทร์ที่ 24 พ.ค. เวลา 10.00 น. ตนและฝ่ายกฎหมายจะยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่ง ชาติ(ป.ป.ช.) ให้เอาผิดกับนายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ และคณะกรรมการศอฉ. ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนในข้อหาการปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

    แฉมีคลิ ปทหารยิงผู้ชุมนุม
    นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ญาติของผู้ที่เสียชีวิตและบาดเจ็บได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายของพรรครวบรวมพยาน หลักฐาน และตั้งคณะทำงานเพื่อฟ้องร้องนายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ ศอฉ. และผู้บังคับบัญชาของกองทัพที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ในคดีอาญาจะฟ้องต่อศาลอาญาในข้อหาความผิดฐานเป็นผู้ใช้หรือผู้สั่งการให้ฆ่า ประชาชน ส่วนคดีแพ่งจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายให้กับประชาชนต่อไป

    โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีมีผู้เสียชีวิตที่วัดปทุมวนาราม ซึ่งข้อเท็จจริงมีผู้เสียชีวิตถึง 9 ศพ อีก 3 ศพไม่รู้ไปไหน คาดว่ามีอีกหลายสิบราย แต่ที่เห็นตาย 6 ศพแล้วอยู่ที่วัด เป็นเพราะผู้ชุมนุมแย่งศพมาได้ ฉะนั้นนายอภิสิทธิ์ และศอฉ. รวมทั้งกอง ทัพ ต้องไปแก้ตัวที่ศาลอาญา และศาลโลก ข้อหาฆ่าคนตาย เรื่องนี้ตนยังมีคลิปที่ได้จากผู้ชุมนุม เป็นภาพทหารที่อยู่บนรางรถไฟฟ้ายิงใส่ประชาชนในวัด แต่ตนจะเปิดคลิปนี้ก็ต่อเมื่อขึ้นศาลเท่านั้น

    ฉะ”เติ้ง”จ้อง โหนกระแส
    นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า กรณีนายบรร หาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาให้สัมภาษณ์ว่าการกระทำของรัฐบาลและ ศอฉ.ที่สั่งสลายการชุมนุม เป็นการกระทำที่ถูกต้องแล้ว และเป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้องตามกฎหมาย ขอถามนายบรรหาร ว่าเอาสมองส่วนไหนคิด ใช้หลักการอะไรพิจารณาสรุปข้อเท็จจริงแบบเอาดีใส่ตัว ให้ท้ายรัฐบาล โหนกระแสตีกิน เอาใจรัฐบาลและกองทัพ เพื่อให้ตัวเองอยู่ในอำนาจเท่านั้น ซึ่งสมกับฉายา ปลาไหลยุค 2010

    นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ส่วนที่นายบรรหาร ระบุรัฐบาลไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ทันวันที่ 14 พ.ย.2553 ต้องเลื่อนเวลาการเลือกตั้งออกไปก่อนนั้น แสดงให้เห็นถึงธาตุแท้ ซึ่งนายบรรหารควรแนะนายอภิสิทธิ์ ยุบสภามากกว่า เพื่อความปรองดอง ดับไฟแห่งความขัดแย้ง

    มติพท.ยื่นถอดถอน-ซักฟอก
    เวลา 14.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุมพรรควาระพิเศษ โดยมีประเด็นหารือ เรื่องการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ รวมทั้งวิเคราะห์ สถานการณ์ทางการเมือง โดยมีส.ส.และสมาชิกพรรคเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส. นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส. พระนครศรีอยุธยา ประธานวิปฝ่ายค้าน นายพายัพ ชินวัตร แกนนำพรรค

    ต่อมาเวลา 15.00 น. ร.ต.อ.เฉลิม พร้อม ส.ส.พรรค แถลงว่า พรรคมีมติเอก ฉันท์ ให้ส.ส.ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯและรัฐมนตรีอีก 4 คน ได้แก่ นายกรณ์ นายกษิต นายชวรัตน์ และนายโสภณ โดยช่วงเช้าของวันที่ 24 พ.ค.นี้ ประธานวิปฝ่ายค้านจะยื่นถอดถอนทั้ง 5 คนกับประธานวุฒิสภา และช่วงบ่ายจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร

    ท้า”มา ร์ค”ต้องกล้ารับญัตติ
    ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เหตุผลที่ต้องยื่นอภิปรายทั้งที่ก่อนหน้านี้จะไม่ยื่นอภิปราย เพราะรัฐบาลชุดนี้เลวร้ายเกินกว่าที่เราจะตรวจสอบ เป็นรัฐบาลประชาธิปไตยชุดแรกและมีวิญญาณยิ่งกว่าเผด็จการ เพราะรัฐบาลพล.อ.สุจินดา คราประยูร ใช้น้ำฉีดม็อบยังถูกกล่าวหาว่าเป็นนายกฯเผด็จการ วันนี้รัฐบาลไม่สามารถบริหารงานได้แล้วเพราะทำให้ประชาชนเสียชีวิตร่วมร้อย บาดเจ็บกว่า 2 พันคน ซึ่งไม่เคยมีรัฐบาลประชาธิป ไตยชุดไหนในโลกนี้ทำกัน

    ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า ขอเตือนว่านายอภิสิทธิ์ อย่าแกล้งโง่มากนัก เพราะการยื่นอภิปรายดังกล่าว พรรคฝ่ายค้านมีสิทธิ์ยื่นเมื่อไหร่ก็ได้ อย่ามาอ้างว่าเป็นช่วงปิดสมัยประชุมสภา เพราะในสมัยที่นายสมัคร เป็นนายกฯ พรรคประชาธิปัตย์ก็ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจในช่วงพิจารณางบประมาณเหมือนกัน ดังนั้นถ้านายอภิสิทธิ์ แน่จริงต้องรับญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ แล้วร้องต่อประธานสภา ให้เปิดประชุมสภาไปเรื่อยๆ เพราะเปิดประชุมวันที่ 24 พ.ค.นี้ ดังนั้น อย่าเพิ่งนำความกราบบังคมทูลฯปิดสมัยประชุม ขอให้อภิปรายไม่ไว้วางใจก่อนแล้วค่อยอภิปรายพ.ร.บ.งบประมาณปี 2554

    เขิน มีชื่อแนบท้ายเป็นนายกฯ
    ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกพ.ร.กฉุกเฉิน และให้ศอฉ.ยกเลิกการเสนอหน้าออกโทรทัศน์ เพราะขณะนี้ทราบว่าประชาชนเกลียดกันทั้งบ้านทั้งเมือง พูดโกหกทุกวัน การที่รัฐบาลมาบอกว่าประชาชนศรัทธา แน่จริงขอให้ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ถ้าพรรคการเมืองใหม่ได้รับเลือกก็ให้นายสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นนายกฯ แต่ถ้าพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล ใครจะเป็นนายกฯไม่ต้องเข้ามายุ่งหรือมาอวดรู้ เกี่ยวกับพรรคเรา

    ผู้สื่อข่าวถามว่าในการยื่นญัตติพรรคเสนอชื่อใครเป็นนายกฯ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวอย่างเขินๆว่า “มีคนเสนอชื่อผม แต่ถึงเวลาเป็นจริงๆ ผมคงไม่ได้เป็น” เมื่อถามว่าทำไมถึงไม่มีชื่อนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า นายสุเทพ เราไม่ให้เกียรติเพราะเลยจุดนี้มาแล้ว

    รายงานจากที่ประชุมแจ้งว่า การเสนอชื่อร.ต.อ.เฉลิม เป็นนายกฯนั้น พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภา เป็นผู้เสนอ โดย พ.อ.อภิวันท์ ระบุว่า ร.ต.อ.เฉลิม เป็นบุคคลที่เหมาะสม โดยสมาชิกส่วนใหญ่ก็ปรบมือสนับสนุน แต่ยังไม่มีการลงมติอย่างเป็นทางการ โดยส.ส.ส่วนหนึ่งนำโดย นายวร วัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส.แพร่ แสดงความเห็นว่าควรขอมติในที่ประชุมพรรคอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

    พท.ออก แถลงการณ์จี้เลิกพ.ร.ก.
    นายปลอดประสพ สุรัสวสดี รองหัว หน้าพรรค กล่าวว่า ที่ประชุมพรรคมีมติและออกแถลงการณ์ถึงรัฐบาล 7 ข้อ กรณีการสลายการชุมนุม 10-19 พ.ค.ว่า 1.พรรคแสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิต ตัวอาคารรวมถึงทรัพย์สินที่เสียหาย 2.พรรคเห็นว่ามีข้อมูลขัดแย้งกันกรณีมีผู้เสียชีวิตในวัดปทุมวนา ราม ซึ่งเรื่องนี้ควรตั้งคณะกรรมการอิสระที่มาจากทุกฝ่ายที่มีความน่าเชื่อถือ เพื่อตรวจสอบการเสียชีวิต 3.ขอเรียกร้องให้รัฐบาลให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ควบคุมแกนนำอย่างเปิดเผย ชัดเจน รวมทั้งให้สิทธิทนาย ความโดยเป็นไปอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้

    4.ขอเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินเพราะลิดรอนสิทธิเสรีภาพขั้นพื้น ฐานของประชาชน 5.ขอเรียกร้องหยุดปิดกั้นและแทรกแซงสื่อ 6. รัฐบาลควรหยุดกลั่นแกล้ง ตั้งข้อกล่าวหากลุ่มผู้ชุมนุมเกินหลักฐานการจับกุม และกล่าวโทษอย่างไม่ถูกต้องตามหลักนิติธรรม และ 7.ขอชื่นชมแกนนำนปช.ที่เข้ามอบตัวเพื่อหลีกเลี่ยงสูญเสียเพื่อรักษาชีวิตผู้ ชุมนุม

    ข่าวจาก http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdNakl6TURVMU13PT0=&sectionid=TURNd01RPT0=&day=TWpBeE1DMHdOUzB5TXc9PQ==

     
  • mesathai 6:43 am on 23/05/2010 Permalink | ตอบกลับ  

    เกี่ยวกับบันทึกเหตุการณ์ 


    เกี่ยวกับบันทึกเหตุการณ์
    เรา คือ ทีมนักพัฒนาสารสนเทศ(สโมสรเมษาห้าสามMESA53 CLUB) เป็นคนรุ่นใหม่ ที่รักสันติสุข
    บล๊อกนี้ สร้างขึ้น ประสงค์เป็น เวธีประชาสัมพันธ์ เพื่อสนับสนุนการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของผู้สูญเสียสิทธิมนุษย์ในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารหรือผู้ด้อยโอกาส
    สาระสำคัญอย่างน้อยนี้นั้น ประกอบด้วย แนะนำแหล่งข้อมูล,แนะนำแหล่งข่าว,Link ทั้งในและต่างประเทศ (ฟรี)

    ติดต่อเรา (MESA53 Team) :
    Email: mesa53@windowslive.com
    Email: mesathailand@yahoo.com
    รวมหัวข้อข่าว หลัง 19 พ.ค 53 http://wp.me/PVZAt-bt
    รวมข่าวสั้นนองเลือดเมษา-พฤษภา53 http://wp.me/PVZAt-bd
    บล๊อกเมษาไทย https://mesathai.wordpress.com
    ทวิตเตอร์(ข่าวสั้น) http://twitter.com/mesa53
    รวมภาพเหตุการณ์และนองเลือด http://bit.ly/cA6qvw ,http://www.flickr.com/people/websiam
    แสดงภาพเหตุการณ์(SlideShow) http://www.flickr.com/photos/websiam/show
    รวมภาพ http://viewmorepics.myspace.com/index.cfm?fuseaction=user.viewPicture&friendID=534618719 ,
    http://viewmorepics.myspace.com/index.cfm?fuseaction=viewImage&friendID=534618719&albumID=0&imageID=2630802
    บล๊อกเมษาห้าสาม http://mesa53.wordpress.com

    เรื่องล่าสุด

    • คลิปข่าวเหตุการณ์ชุมนุม จากบี บีซี
    • วันที่ 14 พ.ค.-16 พ.ค.53 ผู้เสียชีวิต เหตุปะทะรวม 29 ราย เจ็บ 221 ราย
    • Letter to the United Nations and US Embassy submitted by Pheu Thai MPs on April 22, 2010
    • Thailand: Joint parliamentary probe into the killings on 10 April 2010 demanded

    หน้าบล๊อก

    • วัน ศุกร์,16 เมษายน 2553 People channel ออกอากาศได้อีกครั้ง
    • แนวร่วม”เสื้อแดง”เคลื่อนจากหลาย จว.สมทบทัพใหญ่ ที่เมืองกรุง
    • นายกฯ สั่งปรับโครงสร้างเข้มข้น บังคับใช้กม. ตั้ง”อนุพงษ์”แทน”สุเทพ”คุมศอฉ. ให้ดูแล”ก่อการร้าย”โดยตรง
    • การลิดรอนสิทธิในการ สื่อ สารคือเผด็จการ
    • พท.ซัด รบ.ปั๊มซีดี-ใบ ปลิวตั้งงบฯ 100ล้านป้ายสีเสื้อแดง
    • ไม่ มี ความรับผิดชอบทั้งทางการเมือง และทางกฎหมาย จาก ทรราช ‘มาร์ค’
    • คอ มานโดคว้าน้ำเหลว! หลังล้อมเอสซี ปาร์คแต่จับ แกนนำแดงไม่ได้เลย แถม “2นายตร.” ถูกจับเป็นตัวประกัน
    • ฮีโร่ เสื้อแดง-ผู้ ชุมนุมเสื้อแดงรีบรุดไปช่วยอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง กับพวกพ้นการจับกุมของหน่วยคอมมานโดที่โรงแรมSC PARK
    • ลิงค์แผนที่ บางส่วน (สี่แยกคอกวัว,สี่แยกราชประสงค์)
    • วัน ศุกร์,16 เมษายน 2553 People channel ออกอากาศได้อีกครั้ง
    • ไม่ มีความรับผิดชอบทั้งทางการเมือง และทางกฎหมาย จาก ทรราช ‘มาร์ค’
    • ขอ แสดงความยินดีกับความช่วย เหลือครอบครัววีรชนเมษาทมิฬผู้เสียสละ
    • เมษาทมิฬ (10เม.ย2553)
    • “วินมอไซค์-วิทยุ ชุมชน”ทยอยรายงานตัว “ศอฉ.”แล้ว ยังไร้เงานักการเมือง-นักธุรกิจ เผยมีอดีตขรก.ติดโผด้วย
    • “จตุ พร”ปัดเลขารมว.เป็นแตงโมเล็งขยับ 17เม.ย. “เสธ.แดง”เย้ยกองทัพแต๋วแตก เสื้อแดงหิ้วบะหมี่เยี่ยมนายกฯ
    • แนะนำเว็บไซต์ วัด ปฏิบัติธรรม,เสียงเทศนา…
    • สื่อต่างชาติชี้เสื้อแดงย้ายไปรวมตัวที่ ราช ประสงค์ ส่งผลทหารจัดการยากขึ้น
    • โฆษก พท. นำญาติเหยื่อ “10 เมษาเลือด” ฟ้อง “มาร์ค-สุเทพ” คดีอาญา ฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรอง
    • Link สังคมข่าวชาวเสื้อแดง
    • เสียงจากเพื่อน”นปช.-ทหาร” ผู้บาดเจ็บ(ตาย)ร่วมเหตุการณ์10 เม.ย.53
    • ทางออกสุดท้าย ประเทศไทย ด้วย3นโยบายของมติประชาชน
    • สังคมข่าวชาวเสื้อแดง (Link)
    • ปิดเวบไร้ ผลเมื่อคนกระหายความจริง ทะลวง ด่านเผด็จการอ่านไทยอีนิวส์ 10เมษาเลือด170000คลิ้ก
    • นักศึกษาใน-ต่างประเทศทั่วโลกเข้าชื่อ ตะเพิดมาร์คยุบใน30วัน เลิกหนา ป้ายขี้เสื้อแดงก่อการร้าย
    • ตู่ปลุกเหยื่อ แดงตามไปหลอกหลอน ‘มาร์ค’ ที่หัวหิน
    • ตี2 วันอาทิตย์ 18 เมษายน 2553 อย่ากลัวมันนะพี่น้องเราผู้มีสันติอหิงสาตลอดมา
    • หมายจับแกนนำ นปช ,เกือบ2ปี พธม ก่อการร้ายสากล-กล้าจับเขาบ้างไหมครับท่าน
    • ใครฆ่าประชาชน [ม้วนที่3].wmv
    • หน่วยงานสหประชาชาติในไทย
    • UNกางปีกป้อง เสื้อ แดงหวั่นถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน
    • ผมเก็บมาฝาก “บิ๊กป๊อก” หยุดลอยตัว กองทัพต้องทำหน้าที่ …
    • “จตุพร”ปูดทหารแตงโมแฉแผน”อนุพงษ์” สั่ง9ข้อ4ขั้นจัดการแดงให้จบใน 7 วัน
    • บันทึก เหตุการณ์ฐานที่มั่นราชประสงค์ 22 เมษายน พศ.2553
    • มาร์คเมินเงื่อนไข ไม่ยุบสภา ปิดประตูเจรจา
    • แดงปรับมาตรการ รับมือรัฐบาล ถูกสลายใน48ชม.
    • นปช.ประกาศยกระดับการชุมนุม-มาตรการป้องสลาย ม็อบ ถอดเสื้อแดงทิ้งเป็นนักรบนอกเครื่องแบบ
    • อภิสิทธิ์ประชุมผู้ว่าฯ ทั่วปท. ปรามม็อบ
    • 25เมษา53.ความ เคลื่อนไหวเสื้อแดงปรับสารพัดสี
    • เสื้อแดงอุบลเผาโลง “อิสสระ สมชัย-จำลอง ศรีเมือง” หน้าบ้าน รมว.พม
    • คน ปทุมสุดยอด ใช้รถแค่5คันสกัดรถตำรวจร่วมๆ50คันพร้อมตำรวจนับพันคน
    • พณฯนายกคน ที่23 คนดีของ ปทท มีสุขภาพดี คิดถึงเรามาก
    • สื่อเทศเชื่อไทย”นองเลือด”ก่อนเจรจา “ปณิธาน”โต้”ซูจี”ยันไทยไม่เหมือนพม่า หลายชาติยังให้กำลัใจ”มาร์ค”
    • เสื้อแดงเจรจา ตร. 500นายกลับที่ตั้งจังหวัดแล้ว
    • บึมM67ป่วน เมือง หน้าบ้านบรรหาร เจ็บ8ราย-รถเก๋งพรุน
    • ‘พล.อ.ชวลิต ‘ ถึงราบ 11 ยื่นหนังสือแจงพัวพันขบวนการล้มสถาบัน
    • นปช. เรียกร้อง รัฐโชว์หลักฐานเครือข่ายล้มสถาบัน
    • ฉากสุดท้าย (finale): มันจบแล้วครับนาย(มาร์ก)
    • วันไทยวิปโยค นองเลือด 10 เม.ย. 2553
    • รวมเหตุการณ์ ไทยฆ่าไทย 10เมษาทมิฬ ๒๕๕๓
    • เหตุการณ์ ที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 6ตุลา2519
    • 110ปี ชาตกาลปรีดี พนมยงค์:อย่าปล่อยให้คนดีไร้ที่ยืนในประเทศ
    • ดู การถ่ายทอด การชุมนุม เวทีราชประสงค์,ผ่านฟ้าลีลาศ ย้อนหลัง
    • ปูดแผนยิงแก๊ส สลบ สลายม็อบคืนนี้ 31องค์กรประชาธิปไตยจี้เทือกมอบตัวตร.จบสวยๆ
    • “อำมาตย์ ภาคประชาชน” เสนอปฏิรูปประเทศไทยบนกองศพวีรชนไพร่
    • แด่คนึง ฉัตรเท: ไพร่-แดง-จุฬาฯ
    • ปณิธาน “ไพร่” รำลึกถึงวีรชน
    • Thailand red-shirts agree to peace process. Rally to end if …Rally to end if…
    • บุคคลอันตราย และอัปรีย์ แห่งปี 2552 แห่งประเทศไทย
    • ประ นามานุกรมบุคคลอันตรายสำหรับประชาธิปไตยไทย: คำนูณ สิทธิสมาน
    • แถลงการณ์โดย นายเคิร์ท แคมป์เบลล์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ
    • นิวยอร์ค ไทมส์: ความรับผิดชอบการสลายมวลชนเดือนเมษาที่อาจทำให้ ข้อตกลงไม่เป็นที่ยุติ
    • นิวยอร์กไท ม์: สงครามสื่อกำลังดุเดือดในช่วงไทยวิกฤติ
    • สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ: เปรียบเทียบทุกฝ่ายในเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 กับปัจจุบัน
    • อดีต นายกฯทักษิณจ้างสำนักงานทนายความเพื่อช่วยเหลือผู้ประท้วง
    • What the Red Shirts achieved
    • เกาะติด สถานการณ์ชุมนุม นปช (ฐานที่มั่นราชประสงค์)
    • พ.ร.ก.ฉุกเฉินคุ้มครอง ป.ป.ช.ชี้เอาผิด“มาร์ค-สุเทพ”สลาย ม็อบไม่ง่าย
    • นายกฯ โต้ฮิวแมนไรท์ฯ ยันเคารพสิทธิ ปชช.
    • กษิต ไม่พ้นตำแหน่งเหตุสั่งเร่งรัดคดี ทักษิณ
    • ‘พล.อ.ชวลิต’ ถอดใจไม่เป็นคนกลาง เหตุไม่ฟังกัน
    • ศอ ฉ.เปิดเกมรุก ล้อมแดง6โมงเย็น ลั่น!! พร้อมใช้กระสุนจริง
    • “พระ โค” กินหญ้า น้ำบริบูรณ์พอควร ผลาหารอุดมสมบูรณ์
    • บันทึก เหตุการณ์ ราตรีอันตราย ณ ฐานที่มั่นราชประสงค์
    • Thai red-shirt supporter Gen Khattiya ‘shot’
    • Dissident Thai General Shot; Army Moves to Face Protesters
    • บันทึก เหตุการณ์(ราตรีอันตราย ณ ฐานที่มั่นราชประสงค์ )
    • ประมวลภาพเสื้อแดงเคลื่อนขบวนจากผ่านฟ้าลีลาศเพื่อรวมพลสี่แยก ราช ประสงค์
    • เลขายูเอ็นเตือนไทยยุติความ รุนแรง
    • ภาพศพ ผู้เสียชีวิต อยู่บริเวณโรงแรมเซ็นจูรี่
    • “จตุ พร”เผยไกลเกิน เจรจาแล้วจี้นายกฯทำตามข้อเสนอของนปช.
    • ศอ ฉ.สรุปสถานการณ์ตาย17 เจ็บ140 คนบอกทหารถูกบีบเป็นขนมชั้น
    • ภาพ ข่าวการ’ปะทะ กัน’ที่ไม่มีในสื่อกระแสหลัก
    • รายชื่อผู้เสียชีวิตจากเหตุ ปะทะล่าสุด
    • เผยคลิปนาทีพลซุ่มยิง “สไนเปอร์” ลั่นกระสุนใส่ม็อบเสื้อแดง ถ.พระราม 4
    • เบื้อง หลัง 10 เมษาฯ ถล่ม “บูรพาพยัคฆ์” มติชนสุดฯ
    • Thailand’s King Sees His Influence Fading
    • เตรียม ประกาศเคอร์ฟิวส์ แสดงว่า ทหารกำลังแพ้ .. แค่ รปส.ก็เอาไม่อยู่แล้ว
     
    • Mr WordPress 6:43 am on 23/05/2010 Permalink | ตอบกลับ

      Hi, this is a comment.
      To delete a comment, just log in, and view the posts’ comments, there you will have the option to edit or delete them.

  • mesathai 5:15 pm on 16/05/2010 Permalink | ตอบกลับ  

    คลิปข่าวเหตุการณ์ชุมนุม จากบีบีซี 


     
  • mesathai 2:46 pm on 16/05/2010 Permalink | ตอบกลับ  

    วันที่ 14 พ.ค.-16 พ.ค.53 ผู้เสียชีวิต เหตุปะทะรวม 29 ราย เจ็บ 221 ราย 


    ผู้เสียชีวิต เหตุปะทะรวม 29 ราย เจ็บ 221 ราย

    โดยวันนี้เสียชีวิตเพิ่มอีก 4 ราย รวมเจ็บ-ตายทั้งสิ้น 250 ราย เป็นชาวต่างชาติ 6 ราย รักษาตัวในรพ. 76 ราย อยู่ในห้องไอซียู 12 ราย…

    ผู้สื่อข่าว รายงานว่า เมื่อเวลา 18.00 น. 16 พ.ค. ศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์กรุงเทพมหานคร รายงานรายชื่อผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ จากเหตุการณ์ทหารกดดันกลุ่มนปช.ตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค.-16 พ.ค.53 ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 250 ราย บาดเจ็บ 221 ราย เสียชีวิต 29 ราย สำหรับผู้บาดเจ็บได้มีการรับไว้รักษาตัวในโรงพยาบาล 76 ราย ในจำนวนนี้ต้องรักษาตัวในห้องไอซียู 12 ราย แยกตามโรงพยาบาลต่างๆ ดังนี้ โรงพยาบาลตากสิน 2 ราย โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ 23 ราย โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 19 ราย โรงพยาบาลเทพธารินทร์ 12 ราย โรงพยาบาลบำรุงราษฏร์ 4 ราย โรงพยาบาลเลิดสิน 42 ราย โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 4 ราย โรงพยาบาลตำรวจ 29 ราย โรงพยาบาลทหารผ่านศึก 4 ราย โรงพยาบาลราชวิถี 44 ราย และโรงพยาบาลรามาธิบดี 25 ราย

    นอกจากนี้ยังมีวิทยาลัยแพทย ศาสตร์กรุงเทพมหานครและวชิรพยาบาล (วพบ.) 1 ราย โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า 6 ราย โรงพยาบาลพญาไท1 13 ราย โรงพยาบาลหัวเฉียว 2 ราย โรงพยาบาลกลาง 1 ราย โรงพยาบาลพญาไท2 11 ราย โรงพยาบาลพระรามเก้า 2 ราย โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ 1 ราย โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน 2 ราย โรงพยาบาลเปาโล 1 ราย โรงพยาบาลยาสูบ 2 ราย ในจำนวนนี้มีผู้บาดเจ็บชาวต่างชาติ 6 ราย ได้แก่ ชาวแคนาดา 1 ราย, ชาวโปแลนด์ 1 ราย, ชาวพม่า 1 ราย, และชาวไลบีเรีย 1 ราย ชาวอิตาลี 1 ราย และชาวนิวซีแลนด์ 1 ราย

    สำหรับรายชื่อผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ทหาร กดดันกลุ่มนปช.ตลอดช่วงตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค.-16 พ.ค.53 ทั้ง 29 ราย ได้แก่ นายเสน่ห์ นิลเหลือ, นายอินแปลง เทศวงศ์, นายประจวบ ศิลาพันธ์, นายปิยพงษ์ กิติวงศ์, นายสมศักดิ์ ศิลารักษ์, น.ส.สันทนา สรรพศรี, นายมนูญ ท่าลาด, นายชัยยันต์ วรรณจักร์, นายกิตติพันธ์ ขันทอง, นายทิพเนตร เจียมพล, นายสรไกร ศรีเมืองปุน, นายบุญทิ้ง ปานศิลา, นายศุภชีพ จุลทรรศน์, นายมานะ แสงประเสริฐศรี, นายอำพล ชื่นสี, นายสมพันธ์ ศรีเทพ, นายอุทัย อรอินทร์, นายวารินทร์ วงศ์สนิท, นายพรสวรรค์ นาคะไชย, นายสมชาย พระสุวรรณ, นายประจวบ ประจวบสุข, นายเกรียงไกร เลื่อนไธสงค์, นายวงศกร แปลงศรี และชายไม่ทราบชื่อ 6 ราย

     
  • mesathai 2:10 pm on 16/05/2010 Permalink | ตอบกลับ  

    Letter to the United Nations and US Embassy submitted by Pheu Thai MPs on April 22, 2010 


    April 22, 2010
    Letter to the United Nations and US Embassy submitted by Pheu Thai MPs on April 22, 2010
    Filed under: Pheu Thai Party, Thailand parliament — redphanfa2day @ 2:46 pm
    Tags: Abhisit Vejjajiva, Pheu Thai Party, red-shirts, Red-shirts peaceful protest, Thailand military, Thailand parliament, Thitima Chaisaeng, Titima Chaisang, UDD, UN Secretary-General, United Front for Democracy against Dictatorship

    Below is a copy of a letter submitted to the Bangkok office of the United Nations and the US Embassy in Bangkok today, April 22, 2010, by parliamentarians from the For Thais Party (Pheu Thai Party).

    Dear Excellency

    We, the Members of Parliament from Phue Thai Party ( PT), are writing on behalf of Thai people who are victims of the violation of human rights by the present Thai government.

    Phue Thai Party ( PT), the largest party in Thai parliament, have observed the peaceful political assembly in Bangkok to protest against the present Thai government led by Mr. Abhisit Vejjajiva and are disturbed by the recent violent crackdown on innocent civilians (“Red Shirts”).

    However, despite peaceful and constitutional assembly, the government, on 10th of April 2010, used armed soldiers and violence to disperse the assembly which led to over 20 deaths and numerous injuries. The use of war weapons to disperse the peaceful demonstration guaranteed by the Constitution is clearly illegal, unconstitutional, and undemocratic. It constitutes blatant violation of human rights under the UN Universal Declaration on Human Rights.

    To give you some background information, the present government has never received any popular mandate from the Thai people. The Democrat Party, the core party in the coalition, has never won any general election during the past decade. The formation of the coalition government is only possible after the People Power Party, the largest party in Thai Parliament, was arguably and suspiciously dissolved by the Constitutional Court. The Thai elites and the military clearly lent their support and pressure to cause this government to be formed.

    The majority of Thai people strongly feel that their voices and votes have been ignored and they can no longer tolerate numerous cases of corruptions, double standard and discrimination perpetrated by this government.

    For instance, those so-called “Yellow Shirts” who seized and closed down Suvarnabhumi International Airport in 2008 have never been formally charged while cases against us and other political opponents have been relentlessly pursued and dealt with.

    The majority of Thai people have demanded genuine democracy and social justice for all Thai people and some of them have taken on the street to make their demand known. They support the “Red Shirts” movement.

    The protesters’ demand is clear and simple. They only demand the dissolution of parliament to allow all political parties to seek fresh mandate from the people in the general election. The demand is noble, democratic and is consistent with democratic value and standard of civilized countries.

    Had Prime Minister Abhisit dissolved parliament, there would have been no death and casualties.

    The protesters have been staging peaceful and constitutional assembly. They adhere to “Peace and Tolerance” principle. Sadly, the government has been trying to suppress the peaceful political assembly of the people even though they just exercise their constitutional rights.

    The Prime Minister declared the state of emergency under the Executive Decree which empowers the law enforcing officers and the military to disperse peaceful assembly. As a matter of fact, the state of emergency had never existed when it was so declared. The declaration is therefore illegal and has been clearly used as a pretext to disperse the peaceful demonstration.

    Not only the way the state of emergency being declared is illegal, but also the way in which the power under the law has been exercised is illegal.

    On 10th April 2010, the government ordered the soldiers to disperse the assembly and thereby over 20 innocent and unarmed people were killed. Live rounds were fired and the war weapons were used against unarmed civilians.

    To deprive the public of the truth of the matter, the government chose to black-out and shut down various media to the extent that even the past dictatorial regimes never dared to do. Conversely, they have been using and interfering with state owned media and allow private satellite TV allied and sympathetic towards them to one-sidedly broadcast and bombard the public with false information.

    This will certainly lead to more confusion and conflicts and will create deeper hatred among the people of different political beliefs. We must put the stop to this.

    Based on the above facts, the present government clearly violated basic human rights, caused several innocent people to lose their lives and suffer injuries. They also infringed press freedom and the public rights to know. They have abused their power. Their actions are criminal, unconstitutional and illegal under domestic and international laws.

    By this letter, we humbly ask for your cooperation and action to resolve the violation of human rights and press freedom prevailing in Thailand at the moment.

    We beg for your support in taking up the case, investigate and deliberate the regrettable situation in Thailand and call upon the Thai government to stop violating media freedom and to uphold basic human rights despite political differences. If you require further relevant information, we will be delighted to supply you with the same.

    We trust that you and your organization would kindly consider our letter and help Thai people to achieve what they truly and righteously deserve. Your kind and prompt assistance on the matter is greatly appreciated.

    Yours Truly,

    Titima Chaisang MP
    Phue Thai Party

     
  • mesathai 12:33 pm on 16/05/2010 Permalink | ตอบกลับ  

    Thailand: Joint parliamentary probe into the killings on 10 April 2010 demanded 


    1 พฤษภาคม 2010 เวลา 9:51 น.
    Thailand: Joint parliamentary probe into the
    killings on 10 April 2010 demanded

    • Thai government warned of international legal action

    against killing of the civilians –
    Bangkok: The Asian Centre for Human Rights, a NGO having Special Consultative Status with the United Nations Economic and Social Council (ECOSOC) warned against impending human rights catastrophe against the Red Shirts demonstrators in Bangkok, Thailand and condemned the violations of the right to life of the Red Shirt protestors and absolute denial of the freedom of expression by the Government of Thailand through banning and/or blocking of all the television stations, radio stations and the internet sites allegedly closed to the opposition political parties.

    The evidence including video records of the events on 10 April 2010 presented to the ACHR establish beyond any reasonable doubt that the Thai security forces used disproportionate force that resulted in the violation of the right to life of a large number of civilians and injury of about 800 protestors.

    Principle 9 of the United Nations Basic Principles on the Use of Force and Firearms by Law Enforcement Officials clearly states that “Law enforcement officials shall not use firearms against persons except in self-defence or defence of others against the imminent threat of death or serious injury, to prevent the perpetration of a particularly serious crime involving grave threat to life, to arrest a person presenting such a danger and resisting their authority, or to prevent his or her escape, and only when less extreme means are insufficient to achieve these objectives. In any event, intentional lethal use of firearms may only be made when strictly unavoidable in order to protect life”.

    “It is clear from the evidence submitted to the ACHR by the opposition political parties that the firings by the security forces have not been ‘in self-defence or defence of others against the imminent threat of death or serious injury’ but premeditated and willful acts of killings.”- stated Mr Suhas Chakma, Director of Asian Centre for Human Rights.

    The allegations that some persons wearing black shirts shot at the security forces to provoke interventions of the security forces against the protestors are serious and need to be investigated. The ACHR demanded that a joint parliamentary investigation into the recent killings and violations of human rights and fundamental freedoms should be held, and the investigation report must be made public within one month and accountability of those who ordered the killings, if any, and individual officers who were responsible for the crimes, must be established.

    “The Thai authorities including Prime Minister Abhisit Vejjajiva should note that that on 31st March 2010, the International Criminal Court ordered investigation into the post election violence that resulted into killings of hundreds of civilians in Kenya in 2008. The investigation into the killings in Kenya by the ICC shows that if the national government fails to investigate and establish accountability, international mechanisms may be constrained to intervene. Even though the government of Thailand has not yet ratified the Rome Statute of International Criminal Court, a number of national and international human rights mechanisms against gross violations can be invoked.” – further stated Mr Chakma.

    The ACHR has recommended to the government of Thailand to issue clear instructions to the security forces not to resort to the use of fire-arms that results in violations of the right to life and lift all the ban/blocking all the television stations, radio stations and the internet sites allegedly closed to the opposition political parties.

    The ACHR also recommended to the government of Thailand and the Red Shirts to find negotiated settlement to the disputes, if necessary, by using good offices of the United Nations Secretary General and/or any eminent person of international repute.

    The ACHR further recommended to the Pheu Thai Party and the United Front for Democracy Against Dictatorship (UDD) to declare a roadmap for protection and promotion of human rights in Thailand including commitment for the ratification of all international human rights instruments without any reservation and the Rome Statute of the International Criminal Court and the need for legislative, administrative and judicial mechanism to guarantee and implement these legal obligations at national level in Thailand.
    อัพ เดทล่าสุดประมาณ 2 สัปดาห์ที่แล้ว · แสดง ความคิดเห็น · ถูก ใจ

     
  • mesathai 3:39 am on 16/05/2010 Permalink | ตอบกลับ  

    จ่อใช้มาตรการเคอร์ฟิวควบคุมกทม. 


    วันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 เวลา 10:25 น. ข่าวสดออนไลน์
    จ่อใช้มาตรการเคอร์ฟิวควบคุมกทม.
    เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 16 พ.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ”เชื่อมั่นประเทศไทย กับนายกฯอภิสิทธิ์” ว่า จากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ในช่วง 2-3วันที่ผ่านมานี้ ซึ่งมีการเสนอแนะว่าทำอย่างไรที่จะป้องกันผู้ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทั้ง หลายเข้าไปอยู่ในสถานการณ์หรือตกเป็นเหยื่อ โดยเฉพาะการห้ามใช้พื้นที่การเดินทาง รวมถึงการประกาศเคอร์ฟิว
    นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า โดยขณะนี้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง ในฐานะผู้อำนวยการศอฉ.กำลังประชุมคณะกรรมการ ศอฉ.ในการประกาศมาตรการเพิ่มเติมโดยในช่วงสายๆ คงจะมีการรายงานผลการประชุมให้ทราบว่า ทางศอฉ.จะมีการประกาศมาตรการเพิ่มในลักษณะนี้หรือไม่ ยืนยันว่าขณะนี้ไม่มีอะไรดีไปกว่าการยุติการชุมนุม และย้ำว่าตน นายสุเทพ และเจ้าหน้าที่คนอื่นๆพร้อมเดินเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเช่นเดียวกับพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่มีความเหลื่อมล้ำในด้านกฎหมาย ทั้งนี้รัฐบาลพร้อมเดินหน้ากระบวนการปรองดอง 5 ข้อตามที่ประกาศไว้ต่อไป และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ได้เดินหน้าไปหลายประเด็นแล้ว

     
  • mesathai 3:23 am on 16/05/2010 Permalink | ตอบกลับ  

    มาร์คโผล่แล้ว ยันมาตรการที่ใช้ตอนนี้เป็นหนทางเดียว 


    วันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 เวลา 20:27 น. ข่าวสดออนไลน์
    มาร์คโผล่แล้ว ยันมาตรการที่ใช้ตอนนี้เป็นหนทางเดียว
    บีบยุติการชุมนุม-บ้านเมืองจึงสงบสุข

    เมื่อเวลา 20.20 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงผ่านทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ เป็นการปรากฏตัวครั้งแรก หลังเกิดเหตุนองเลือดติดต่อมาเป็นวันที่ 3

    นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า 2 วันที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์มากมาย ในพื้นที่รอบราชประสงค์ มีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจำนวนมาก เป็นเหตุการณ์ที่น่าเสียใจ ตนและผู้เกี่ยวข้องไม่อยากเห็นเหตุการณ์ ที่มีความขัดแย้ง รุนแรงเช่นนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ศอฉ.แถลงให้เข้าใจมากขึ้น ว่า เกิดขึ้นได้อย่างไร

    แนวคิดที่รัฐบาลดำเนินอยู่ขณะนี้ ต้องการให้ความสงบสุขคืนสู่สังคม ตลอด 2 เดือน เดิมเป็นการชุมนุมเรียกร้องทางการเมือง ทางรัฐบาลอดทนอดกลั้นและพยายามแสวงหาทางออก ถูกปฏิเสธ แต่รัฐบาลก็พยายามนำไปสู่ความปรองดอง แต่ขณะนี้ การชุมนุมเกิดขึ้นพร้อมการกระทำของผู้ติดอาวุธ ทำร้ายประชาชนแม้แต่ผู้ชุมนุมด้วยกันเอง ทำให้เป็นปัญหาต่อการปฏิบัติหน้าที่

    การที่ผู้ชุมนุมปฏิเสธแผนการปรองดองนั้น น่าผิดหวัง น่าเสียใจ เพราะเป็นไปตามความประสงค์ของคนกลุ่มเล็กๆ ที่ต้องการให้เกิดสงครามกลางเมือง เอาชีวิตของชีวิตประชาชนเป็นเครื่องต่อรอง เมื่อแผนปรองดองถูกปฏิเสธ รัฐบาลจึงพยายามกระชับวงล้อมของที่ชุมนุม ตัดบริการพื้นฐานต่างๆ เพื่อกดดันให้ยุติการชุมนุม

    เมื่อดำเนินการในลักษณะนี้ จึงจำเป็นต้องตั้งด่านรอบการชุมนุม ยังไม่ได้เข้าไปในพื้นที่ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตั้งด่าน กลับถูกทำร้าย จึงต้องป้องกันตนเองและตอบโต้ โดยทำไปตามมาตรการป้องกันความสูญเสีย

    ตนยืนยันว่า สิ่งที่ทำไปนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็น ไม่สามารถปล่อยให้มีคนจัดตั้งกองกำลังแล้วมาล้มล้างรัฐบาลที่ไม่พอใจ รัฐบาลจำเป็นต้องเดินหน้า เพราะกำลังทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ ในการคืนความเป็นปกติสุข เป็นนิติรัฐอย่างแท้จริง ตนไม่ต้องการให้หยิบยกให้นำความสูญเสียที่ทำให้เกิดความเกลียดชัง เพราะนั่นไม่ใช่ข้อเท็จจริง แนวทางนี้เป็นแนวทางเดียวที่จะทำให้บ้านเมืองสงบสุขได้ หากไปใช้วิธีการอื่น จะทำให้เหตุการณ์ยืดเยื้อและส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจ การเมือง จึงขอความร่วมมือจากประชาชน

    ก่อนหน้านี้ พล.ท.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รองเสธ.ทบ.พร้อมด้วย พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะผบ.เหตุการณ์ พล.ต.กัปนาท รุดดิษฐ์ ผบ.พล.1 รอ. พล.ต.อุทิศ สุนทร ผบ.พล.ร.9 พล.ต.สุรศักดิ์ บุญศิริ ผบ.พล.ม.2 รอ.และพ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ.ร่วมกันแถลงข่าวชี้แจงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทหารในระหว่างวันที่ 13-15 พ.ค.

    พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น ทาง ศอฉ.ขอแสดงความเสียใจต่อญาติครอบครัวผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บทุกราย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ศอฉ.พยายามอย่างยิ่งที่จะใช้มาตรการต่างๆ เพื่อให้ยุติการชุมนุม โดยหลีกเลี่ยงความรุนแรง แต่ธรรมดาในการรักษาความสงบที่ต้องเผชิญกับกองกำลังติดอาวุธที่แฝงอยู่ในผู้ ชุมนุม นั้น เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงสูญเสียได้

    การเสียชีวิตอาจเกิดได้ใน 4 กรณี คือ

    1.เกิดจากการทำร้ายกันเอง เพราะจะเห็นว่า การ์ดนปช.มีความขัดแย้งกัน ซึ่งเป็นการสูญเสียเนื่องจากการยิงอาวุธสงคราม ปืนเล็กยาว เอ็ม 79 ลูกระเบิดขว้าง ประทัดยักษ์

    2.เกิดจากกลุ่มก่อการร้ายที่แฝงตัวอยู่ในที่ชุมนุม

    3.เกิดจากการที่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และไม่พอใจกลุ่มนปช.จึงออกมาทำร้ายผู้ชุมนุม ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เข้าควบคุมสถานการณ์ตามขั้นตอน

    4. ไม่ปฏิเสธว่า กรณีที่มีการพยายามเคลื่อนเข้ากดดันด่านต่างๆ เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องใช้ลูกซองยิงไปที่พื้น บังคับกรวยกระสุนให้ตกลงที่ต่ำ เพื่อหยุดยั้งกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ให้เข้ามาประชิดตัวเจ้าหน้าที่ ซึ่งทั้ง 4 กรณีอาจส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

    ส่วนนายธาริต เพ็งดิษฐ์ ในฐานะกรรมการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ (ศอฉ.) แถลงข่าวว่า ขณะนี้มีข้อมูลสำคัญ เรื่องการดำเนินคดีผู้เข้าร่วมการชุมนุมที่ผิดกฎหมายและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ จับกุมเมื่อวานนี้ และในวันนี้ศาลแขวงปทุมวัน ได้พิพากษาลงโทษทั้ง 27 คนที่เข้าร่วมการชุมนุม โดยศาลได้พิพากษาลงโทษหนักที่สุดตามพรก.ฉุกเฉิน 2548 มาตรา 18 ให้จำคุก 1 ปี แต่เนื่องจากจำเลยรับสารภาพจึงลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือจำคุก 6 เดือน โดยไม่รอการลงโทษ ตนในฐานะกรรมการศอฉ.ขอย้ำว่า ไม่ควรร่วมการชุมนุมและขอให้ช่วยเตือนญาติหรือคนผู้ใกล้ชิดว่าไม่ควรเข้า ร่วมและหากยังเข้าร่วมการชุมนุมก็ให้เลิกเสีย เนื่องจากศาลได้ลงโทษหนักขึ้นตามลำดับ

     
  • mesathai 2:41 am on 16/05/2010 Permalink | ตอบกลับ  

    สื่อนอกแพร่ภาพยิงสยอง ศพเกลื่อนรางน้ำ-ดินแดง ยอดตาย 24 ศพ เจ็บ 187 


    วันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 เวลา 22:40 น. ข่าวสดออนไลน์
    สื่อนอกแพร่ภาพยิงสยอง ศพเกลื่อนรางน้ำ-ดินแดง
    ยอดตาย 24 ศพ เจ็บ 187

    444

    ภาพ : ภาพเอเอฟพี


    ภาพ : ภาพ-รอยเตอร์

    ภาพ : ภาพ-รอยเตอร์


    เมื่อวันที่ 15 พ.ค. สำนักข่าวยักษ์ใหญ่ของโลกทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ เอพี-สหรัฐ เอเอฟพี-ฝรั่งเศส และรอยเตอร์-อังกฤษ ต่างเผยแพร่ภาพผู้ชุมนุมถูกยิงเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากในเขตกรุงเทพมหา นคร โดยเฉพาะที่บริเวณซอยรางน้ำและย่านสามเหลี่ยมดินแดง รวมทั้งเหยื่อที่ถูกยิงที่ศีรษะโดยหน่วยแม่นปืน หรือสไนเปอร์ โดยเอเอฟพีรายงานว่า ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมเป็น 22 รายแล้ว และเมื่อรวมตั้งแต่เหตุปะทะครั้งแรก 10 เม.ย. มีผู้เสียชีวิตในการเผชิญหน้าระหว่างผู้ชุมนุมและรัฐบาลแล้วถึง 50 ราย

    ด้านสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ สพฉ. แจ้งว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุรุนแรงที่เกิดต่อเนื่องระหว่างวันที่ 14-15 พ.ค. ที่บริเวณสวนลุมพินี สามเหลี่ยมดินแดง ถนนราชปรารภ ซอยหมอเหล็ง และอีกหลายจุด ถึงเวลา 22.00 น. วันที่ 15 พ.ค. เพิ่มเป็น 24 ราย บาดเจ็บ 187 ราย ในจำนวนนี้ยังอยู่ห้องไอซียู 24 ราย เป็นชาวต่างชาติ 5 ราย ได้แก่ แคนาดา โปแลนด์ พม่า ไลบีเรีย และไม่ทราบสัญชาติ 1 ราย

    เวลา 08.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจากบริเวณแยกสามเหลี่ยมดินแดง ภายในซอยรางน้ำ มีเหตุปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารและผู้ชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้าน เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เป็นเหตุให้ พนักงานส่งน้ำอัดลมโค้กบาดเจ็บถูกยิงหน้าอกด้านขวา โดยจุดเกิดเหตุอยู่ใกล้ปากซอยรางน้ำ ผู้เห็นเหตุการณ์จึงช่วยนำส่งโรงพยาบาลราชวิถี ขณะเดียวกันภายในซอยลึกมีผู้ได้รับบาดเจ็บอยู่ใกล้แนวบังเกอร์ของทหารอีก 2 ราย แต่เจ้าหน้าที่รถกู้ชีพไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บได้ เนื่องจากเหตุการณ์ปะทะเพิ่งสงบ และยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ทำให้ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วยผู้บาดเจ็บ

    ต่อมาเจ้าหน้าที่ทหารได้นำป้ายมาติดว่าบริเวณถนนราชปรารภเป็นเขตกระสุน จริง ห้ามประชาชนผ่าน ซึ่งถือเป็นการเตือนกลุ่มผู้ชุมนุมว่าหากเข้ามาบริเวณถนนราชปรารถทหารจะใช้ กระสุนจริงยิงทันที

    เวลา 10.00 น. ที่แยกบ่อนไก่ บริเวณถนนพระราม 4 ตั้งแต่แยกบ่อนไก่จนถึงสนามมวยลุมพินี บรรยากาศเงียบสงัดไม่มีการเผชิญหน้ากัน เพราะไม่อนุญาตให้มีการสัญจรเข้าออก อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาประมาณ 09.30 น.ชาวบ้านในย่านดังกล่าวเปิดเผยว่า มีชาวบ้าน 3-4 คนเดินอยู่บนฟุตปาธริมถนน ปรากฏว่าถูกบุคคลไม่ทราบฝ่ายยิงมาจากมุมสูง ทำให้ได้รับบาดเจ็บ นำส่งร.พ.แล้ว กลุ่มชาวบ้านจึงต้องเฝ้าระวังและคอยสังเกตการณ์

    บริเวณดังกล่าวกลุ่มผู้ชุมนุม นปช.ได้นำรถเก็บขยะของกรุงเทพมหานครออกมาเผาทำลาย และเผาตู้โทรศัพท์สาธารณะ โดยก่อนหน้านี้มีรายงานว่าเกิดการปะทะกันบริเวณสนามมวยลุมพินี โดยมีการยิง M79 ใส่เจ้าหน้าที่ทหาร ด้านเจ้าหน้าที่ทหารได้ยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อตอบโต้และข่มขวัญ

    ส่วนบริเวณถนนสาทรที่ตัดกับถนนพระราม 4 บริเวณใต้สะพานไทย-เบลเยียม ทหารได้ปิดถนน มีการขึงลวดหนาม และเฝ้าระวังเหตุการณ์ความรุนแรงอย่างเข้มงวด

    ส่วนที่บริเวณศาลาแดง หน้าตึกอื้อจือเหลียง ถนนพระราม 4 ซึ่งเป็นจุดที่ประจันหน้ากันของเจ้าหน้าที่ทหาร กับกลุ่มคนเสื้อแดงจำนวนมาก เมื่อเวลา 11.40 น. กลุ่มคนเสื้อแดงได้ยิงระเบิดเอ็ม 79 เข้าใส่ทหารหน้าตึกอื้อจือเหลียง 2 ลูก ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารยินปืนตอบโต้เสียวดังประปราย ซึ่งคาดว่าจะเกิดเหตุการณ์ปะทะกันอย่างต่อเนื่องทั้งวันในวันนี้ ทำให้ล่าสุดทหารต้องเสริมกำลังเข้าไปไปยังบริเวณศาลาแดง หลังเกิดเหตุยิง เอ็ม 79

    เวลา 12.00 น. เกิดเสียงระเบิดดังขึ้นและเสียงปืนยิงตอบโต้กันหลายครั้งระหว่างกลุ่มเจ้า หน้าที่และนปช. ต่อเนื่องจนถึงช่วงบ่ายยังมีเสียงดังคล้ายระเบิดต่อเนื่องเป็นระยะๆ กลุ่มควันไฟที่ผู้ชุมนุมจุดไฟเผายางรถยนต์กลิ้งไปตามถนน ตามจุดที่เชื่อว่ามีทหารประจำการอยู่ ทั่วบริเวณฝั่งขาเข้าและออกถนนพระราม 4 ยังคงลอยขึ้นเป็นระยะ ด้านบนมีเฮลิคอปเตอร์บินวนอยู่รอบพื้นที่ กลุ่มผู้ชุมนุมได้จุดประทัด โคมไฟ ขึ้นไปรบกวนการบินของเฮลิคอปเตอร์

    เวลา 15.45 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจากบริเวณราชปรารภว่า กลุ่มผู้ชุมนุมขยับแนวเข้าไปหาทหารอีก 100 เมตร โดยใช้รถยนต์ประชาชน และรถน้ำ กทม. เคลื่อนนำหน้า จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมก็พากันหมอบคลานตามฟุตบาธ เสาไฟ และต้นไม้ ทหารใช้ปืนยิงล้อยางรถน้ำ กทม. ซึ่งมีรูกระสุนที่กระจกหน้าฝั่งข้างคนขับดัวย และยังมีเสียงระเบิดดังขึ้น 3 ครั้ง สลับกับเสียงปืน ทำให้กลุ่มคนเสื้อแดงถอยร่นออกมาจากแนวบังเกอร์ที่ตั้งไว้ โดยรถประชาชนที่ถูกบีบเข้ามาก็ถูกปืนยิงที่กระจกมองข้าง 1 คัน ต่อมากลุ่มรถประชาชนที่ถูกบีบเข้ามาก็รีบกลับรถแล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว หลังเกิดเหตุมีผู้บาดเจ็บจำนวนหนึ่ง โดยมีรายงานว่า นายชัยวัฒน์ พุ่มพวง ช่างภาพสำนักข่าวเนชั่น ถูกยิงที่ขาได้รับบาดเจ็บ กระดูกขาขวาแตก

    เวลา 16.10 น. นักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลียบันทึกภาพหน่วยซุ่มยิง อยู่บนดาดฟ้าอาคารชาญอิสระ ถ.พระราม 4 ตรงข้าม ร.พ.จุฬาลงกรณ์ โดยภาพดังกล่าวเป็นชาย 2 คนอยู่บนดาดฟ้าอาคารดังกล่าวยืนอยู่คู่กัน ลักษณะคล้ายคนหนึ่งกำลังซุ่มอยู่ส่วนอีกคนหนึ่งคล้ายกำลังใช้กล้องส่องทาง ไกลคอยตรวจดูพื้นที่รอบด้าน มามอบให้ผู้สื่อข่าว โดยนักท่องเที่ยวดังกล่าวระบุว่าภาพดังกล่าวถ่ายได้ขณะอยู่ที่บริเวณ ถ.ราชดำริ ด้านข้างร.พ.จุฬาฯ สังเกตเห็นบรรดาการ์ดชุดดำชี้ไปที่ยอดอาคารดังกล่าว เมื่อมองตามขึ้นไปพบชายทั้งคู่ดังกล่าว โดยคนหนึ่งได้ชูปืนขึ้นให้เห็นอย่างชัดเจน จึงรีบใช้กล้องวีดีโอที่ติดมาบันทึกภาพเก็บไว้ และนำมามอบให้ผู้สื่อข่าวดังกล่าว

    เวลา 17.00 น. บรรยากาศการชุมนุมบริเวณแยกบ่อนไก่เป็นไปด้วยความตึงเครียด โดยมีระเบิด M79 ถูกมากว่า 20 ลูก พร้อมกับเสียงประทัดและปืนดังเป็นระยะๆ เบื้องต้นมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่กู้ภัยเสียชีวิต 1 ราย ขณะเดียวกันกลุ่มผู้ชุมนุมได้ขนยางรถยนต์หลายร้อยเส้นเพื่อนำมาเผาให้เกิด กลุ่มควันป้องกันการมองเห็นจากเจ้าหน้าที่ทหารขณะที่ประชาชนและผู้ชุมนุมยัง คงปักหลักบริเวณริมถนน โดยอาศัยอาคารเป็นที่กำบัง

    เวลา 20.20 น.มีเสียงระเบิดเอ็ม 79 ถูกยิงมาตกลงที่สน.ลุมพินี นาน 5 นาที จำนวน 7-8 ลูกเสียงดังสนั่น ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต่างหมอบกับพื้นเข้าหาที่กำบังกันจ้าละหวั่น โดยไม่ทราบว่าวิถีกระสุนดังกล่าว ถูกยิงมาจากทิศทางด้านใด ลูกระเบิดเอ็ม 79 ได้ตกลงบริเวณรอบๆ พื้นที่ สน.ลุมพินี และตกลงที่ลานจอดรถด้านหลัง สน.ลุมพินี ทำให้รถยนต์ได้รับความเสียหายจำนวนหลายคัน เบื้องต้นนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่กล้าออกไปตรวจสอบความเสียหาย เนื่องจากเกรงจะไม่ได้รับความปลอดภัย ทางผู้บังคับบัญชาจึงได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมพร้อมอาวุธเพื่อ ป้องกันตัวเองในพื้นที่ สน.ลุมพินี โดยบรรยากาศด้านหน้า สน.ลุมพินี ถนนวิทยุถูกปิดไม่มีรถยนต์วิ่งผ่าน และบรรยากาศเงียบสงบโดยมีกำลังทหารปักหลักอยู่ภายในสวนลุมฯ

    ภาพ : นักท่องเที่ยวบันทึกภาพตรงตึก ชาญ อิสสระ

    ภาพ : นักท่องเที่ยวบันทึกภาพตรงตึก ชาญ อิสสระ


    ภาพ : ภาพ-เอพี

    ภาพ : ภาพ-เอพี


    ภาพ : ภาพ-รอยเตอร์

    ภาพ : ภาพ-รอยเตอร์


     
c
Compose new post
j
Next post/Next comment
k
Previous post/Previous comment
r
ตอบกลับ
e
แก้ไข
o
Show/Hide comments
t
Go to top
l
Go to login
h
Show/Hide help
shift + esc
ยกเลิก